ถึงแม้ว่าตอนนี้นิรันดร์จะยังไม่มีร่างกาย แต่มู่เฉียนซีกลับรู้สึกได้ว่าเขากำลังขยับเข้ามาใกล้
“เจ้าเก็บคำพูดเหล่านี้ของเจ้าไปพูดกับผู้หญิงของเจ้าเถอะ!” หากเปรียบเทียบการพูดจาหวานอ่อนหวานน้ำตาลหยดย้อยแล้วละก็ เกรงว่าจื่อโยวก็คงจะสู้นิรันดร์ไม่ได้
“หญิงอัปลักษณ์พูดถูก เจ้าหลีกไปให้ไกล ๆ หน่อยเถอะ!”
แสงสีเขียวอ่อนแสงหนึ่งสว่างวาบขึ้น และได้บีบบังคับให้แสงสีขาวนั้นถอยไป
อาถิงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “นิรันดร์ ปกติเจ้าจะเอาเปรียบสตรีอื่นข้าไม่ว่า แต่สำหรับหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้ นางเป็นเจ้านายของข้าศาลานิรันดร์ เจ้าช่วยสงบจิตสงบใจเอาไว้สักหน่อยเถอะ”
นิรันดร์กล่าว “ศาลาน้อย เจ้าไม่ชอบนางมากไม่ใช่หรอกหรือ แล้วการที่ข้าสนิทสนมกับยอดดวงใจของข้า เจ้าจะมาหึงหวงอันใด?”
อาถิงมีร่างกายจึงปรากฏตัวออกมาได้ เมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้ของนิรันดร์เข้า ใบหูทั้งสองข้างก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
“หึงหวง ข้าเนี่ยนะหึงหวง เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว!”
นิรันดร์เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ และน้ำเสียงของเขาก็พลันเคร่งขรึมขึ้น
“ศาลาน้อย อันที่จริงแล้วข้าอยากจะบีบคอเจ้าให้ตายไปด้วยซ้ำเจ้ารู้หรือไม่?”
นิรันดร์นั้นอิจฉาริษยาอาถิงมาก อิจฉาที่ได้เจอคนงามเป็นคนแรก ได้ทำพันธสัญญากับคนงามเป็นคนแรก สามารถปรากฏกายออกมาได้เร็ว และมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนงามตั้งหลายครั้งหลายครา
แต่สุดท้ายเจ้านี่ก็ปัญญาอ่อนมาก ไม่รู้จักใช้ข้อได้เปรียบก่อน อีกทั้งยังให้คน