ในตำหนักตงจี๋ ห้องปรุงยาที่ถือว่าเป็นของมู่หรงเฉียนเยี่ยนั้นมีคนคอยเฝ้ารักษาการณ์อยู่
แต่เมื่อชิงอิ่งต้องการจะเข้าไปก็แน่นอนว่าจะไม่ให้พวกเขาตรวจจับได้
หลังจากที่กลับไปยังห้องปรุงยาแล้ว มู่เฉียนซีก็ได้เก็บข้าวของพร้อมเปลี่ยนชุดแต่งกายและผลักประตูเดินออกไป นางยืดเส้นสายด้วยท่าทีเกียจคร้านแล้วกล่าว “ในที่สุดก็พักผ่อนได้แล้ว”
“ขอแสดงความยินด้วยที่คุณชายมู่หรงออกจากการเก็บตัว” สีหน้าของพวกองครักษ์ซวนเหล่านั้นก็เผยแววแห่งความยินดีออกมา
กลางดึกเฟิงอวิ๋นซิวก็ได้ข่าวเรื่องที่นางออกจากการเก็บตัวแล้ว เช้าของวันต่อมาก็ได้ให้คนใช้เตรียมอาหารเช้าอันอุดมสมบูรณ์เอาไว้รอ
เมื่อมู่เฉียนซีเห็นอาหารเช้าอันเลิศรสนั้นดวงตาก็ส่องประกายออกมา “ดูเหมือนว่าจะสามารถกินอาหารดี ๆ สักมื้อหนึ่งได้แล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “หลายวันมานี้เฉียนเยี่ยเก็บตัวฝึกบำเพ็ญก็ลำบากเสียแล้ว ควรที่จะบำรุงเสียหน่อย”
หลังจากที่ทั้งสองรับประทานอาหารไปอย่างสงบเงียบเสร็จสิ้นแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้น “ออกไปข้างนอกครานี้ราบรื่นอยู่หรือไม่?”
“ไม่ราบรื่นเท่าใดนัก แต่ว่าข้าก็ได้กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว” เขากล่าวตอบ
“ไม่มีอะไรดีไปกว่าการกลับมาอย่างปลอดภัย” มู่เฉียนซียิ้มพร้อมกล่าว
ทั้งสองได้พูดคุยกันอยู่หลายเรื่องราวแล้วมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้น “เกรงว่าข้าจะต้องไปจากตำหนักตงจี๋เสียแล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เดิมทีตำหนักตงจี๋ก็ไม่สามารถที่จะกักขังเ