า “นี่ คนงาม เยี่ยให้พวกข้ามาควบคุมหอปี้ลั่วก็เพื่อให้จัดการกับกองกำลังเหล่านั้นที่กล้าลงมือทำร้ายเจ้า”
“เจ้าช่วยให้โอกาสพวกข้าลงมือสักหน่อยเถอะนะ มิเช่นนั้นแล้วสิ่งที่พวกข้าทำไปทั้งหมดมันจะเสียเปล่า และเมื่อถึงตอนนั้นเยี่ยคงไม่ปล่อยพวกข้าแน่ เจ้าตอบตกลงเถอะนะ ตอบตกลงสิ…”
ในขณะที่พูดนั้น จื่อโยวก็ขยับตัวเข้าไปใกล้มู่เฉียนซีมากขึ้น
ซิงเฉินจะทนดูต่อไปได้เหรอ ไม่มีทาง ครั้นแล้วเขาก็ทุบจื่อโยวด้วยค้อนอีกคราหนึ่ง
“เจ้ากล้าขยับตัวใกล้อีกก็ลองดูสิ อยู่ให้มันห่าง ๆ หน่อย!”
ตูม ปัง ปัง!
จื่อโยวทุกข์ทรมานมากจนไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้ เขาจึงทำได้เพียงแค่ถอยออกมาห่าง ๆ
มู่เฉียนซีมองไปที่ซิงเฉินและกล่าวว่า “ก็ได้! พวกเจ้าไปสำรวจดูที่สำนักหุ่นปีศาจ หากสามารถทำลายได้ก็ทำลาย ส่วนราชาหุ่นของพวกมัน หากสามารถเอาตัวเป็น ๆ มาให้ข้าได้ก็ยิ่งดี”
ซิงเฉินจ้องไปที่จื่อโยวพลางกล่าว “ยังยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ ยังไม่รีบไปอีก!”
จื่อโยวกล่าว “แล้วเจ้าล่ะ!”
“ข้าก็จะไปส่งพวกเขาออกไปอย่างไรเล่า!”
“แล้วเหตุใดคนที่ไปส่งถึงไม่เป็นข้าล่ะ?”
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะทำอะไรไม่ดีไม่งามน่ะสิ”
อย่างไรเสียเรื่องออกแรงก็มอบให้เป็นหน้าที่จื่อโยวก็แล้วกัน ภายใต้การคุ้มครองของซิงเฉิน มู่เฉียนซี เฟิงอวิ๋นซิวและพวกก็ได้ออกมาจากเทือกเขาเมฆามืดอย่างปลอดภัย
ทุกคนสงสัยในสถานะตัวตนของมู่เฉียนซีมาก กำลังในการต่อสู้แข็งแกร่งมาก และฝีมือในการปร