พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดชุดสีเขียวที่น่าหวั่นพรึงเช่นนั้น พวกเขายังจะต่อสู้ไปอีกเพื่ออะไร?
“ไป!” เจียงขุยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
พวกเขาได้ถอยร่นออกไปด้วยความรวดเร็วอย่างสูงสุด คนเหล่านี้ของตำหนักตงจี๋ได้รับบาดเจ็บ พลังวิญญาณเองก็ได้หมดสิ้นไปโดยประมาณแล้ว พวกเขาจึงไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะไล่ตามอีกต่อไป
ส่วนพลังความสามารถของเฟิงอวิ๋นซิวที่ได้ฟื้นฟูกลับคืนมาแล้ว แม้สีหน้าของเขาจะมีอาการขาวซีดอยู่บ้าง
เขากล่าวขึ้น “อย่าตามไป พวกเราหาสถานที่ปลอดภัยสักแห่งแล้วพักกันก่อน”
“ขอรับ!”
พวกเขาได้ถอยร่นไปยังส่วนตอนกลางของหุบเขาเมฆามืดและได้จัดการทำพื้นที่ว่างเปล่าขึ้นมาแห่งหนึ่ง มู่เฉียนซีได้นำยาเม็ดและยาชนิดน้ำมอบให้แก่เฟิงอวิ๋นซิวไปจำนวนหนึ่ง
“มันยังไม่จบ เจ้าจงนำยาเม็ดไปแบ่งให้แก่พวกเขาเพื่อฟื้นฟูพลัง ข้าจะไปรักษาท่านผู้อาวุโสสูงสุด”
เฟิงอวิ๋นซิวพยักหน้าตอบ “ได้!”
แม้ว่าจะบังคับทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดเข้าสู่ภาวะการแกล้งตาย แต่ถ้าหากไม่รักษาอาการบาดเจ็บบนร่างกายของเขา ถึงต่อให้สามารถช่วยให้เขามีชีวิตกลับมาได้ แต่มันก็จะซ่อนเร้นอาการเจ็บป่วยเอาไว้เป็นภัยในภายหลัง
ซึบ ซึบ ซึบ! มู่เฉียนซีได้ปักเข็มเข้าไปอยู่หลายเข็ม จากนั้นก็ได้เริ่มทำการพันแผลแล้วก็ป้อนยาให้แก่ผู้อาวุโสสูงสุด
นักปรุงยาที่อยู่ด้านข้างได้มองเห็นการเคลื่อนไหวที่ไหลลื่นดั่งสายน้ำของมู่เฉียนซีก็ตกตะลึงเป็นที่สุด
หลังจากที่พวกเขารู้สึก