ได้ว่ากลิ่นอายของผู้อาวุโสสูงสุดแข็งแกร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ นั้น ก็ได้เกิดความเลื่อมใสต่อเด็กสาวผู้นี้
แกร่ง…แข็งแกร่งนัก หัวหน้านักปรุงยาเองก็ยังห่างไกลกับมือคู่นั้นของนางยิ่งนัก
เฟิงอวิ๋นซิวเดินมาที่ข้างกายของมู่เฉียนซีแล้วกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เฉียนซี ผู้อาวุโสสูงสุดจะตื่นขึ้นมาเมื่อใด?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ถึงแม้ว่าจะไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่อย่างน้อยก็ต้องสักสามวันถึงจะตื่นขึ้นมา”
“พวกเราต่อสู้กับสำนักหุ่นปีศาจมาศึกหนึ่งได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตเช่นนี้ คาดว่าคนของไป๋อู๋ห่ายก็คงกำลังจะเริ่มปฏิบัติการแล้ว ทันทีที่พวกนั้นพบพวกเราเข้า มันก็จะเป็นศึกที่เลวร้ายอีกศึกหนึ่ง เกรงว่ากำลังของพวกเราในตอนนี้จะไม่อาจต้านทานพวกนั้นได้อยู่”
“อืม!” มู่เฉียนซีตอบกลับไปอย่างเบา ๆ และส่งยาให้แก่ชิงอิ่งไปพลาง ๆ
การต่อสู้ในครั้งนี้ชิงอิ่งได้สิ้นเปลืองพลังไปเป็นอย่างมาก จำเป็นที่จะต้องบำรุงเสียหน่อย!
เฟิงอวิ๋นซิวมองดูมู่เฉียนซีที่ไม่มีท่าทีที่จะสนใจแม้แต่น้อย จึงได้กล่าวต่อไป “เป้าหมายของไป๋อู๋ห่ายนั้นคือข้า ข้าอยากให้เจ้าพาผู้อาวุโสสูงสุดแยกทางกับข้าออกไปจากเทือกเขาเมฆามืด”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วขึ้น “แยกทาง ได้สิ!”
สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวเผยแววแห่งความยินดีออกมาบางๆ แต่…
เขามองไปทางมู่เฉียนซีแล้วรู้สึกว่านางตอบรับอย่างสบายเกินไปนัก นี่มันไม่ใช่เรื่องดีอะไร
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าพาผู้อาวุโสสูงสุดจากไป