ว่าจะไม่เจ็บปวด”
คำพูดของมู่เฉียนซีนั้นเหมือนดั่งน้ำเย็นถังหนึ่งที่สาดเข้าใส่ตัวพวกเขา พวกเขาโกรธเสียจนสั่นไปทั้งตัว
“หากไม่อยากให้ตนเองต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานต่อไป ทางที่ดีจงพูดความจริง!” มู่เฉียนซีกล่าวเตือน
พิษในร่างกายของพวกเขานั้นทำให้พวกเขาเจ็บปวดเสียจนไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ไฉนเลยจะยังกล้ากล่าวเท็จต่อไปอีก
“นายน้อยอวิ๋นซิวไว้ชีวิตด้วย! ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำสั่งที่ปรมาจารย์จางมอบให้พวกเรา ปรมาจารย์จางให้พวกเราไม่ให้ความช่วยเหลือหรือร่วมมือกับนายน้อยอวิ๋นซิวอย่างสุดกำลัง ถึงขนาดยังจะให้พวกเราหาโอกาสวางยาพิษนายน้อยอวิ๋นซิวด้วย”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไอ้เฒ่านั่นรนหาที่ตายจริง ๆ”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวถามต่อ “แล้วอย่างไรอีก? ปรมาจารย์จางยังมีแผนการอื่นอีกหรือไม่?”
“ไม่มีแล้ว พวกเรารู้มาเพียงเท่านี้ นายน้อยอวิ๋นซิว ถ้าหากพวกเรากล้าปิดบังพวกเรายินยอมที่จะโดนสายฟ้าฟาดผ่าให้ตาย”
ดวงตาสีเหลืองอำพันของเฟิงอวิ๋นซิวครึ้มลง ดูท่าแล้วสิ่งที่พวกเขารู้ก็คงจะมีเพียงเท่านี้
ผู้ที่วางแผนการอันตรายที่แท้จริงนั้นเกรงว่าคงจะเป็นไป๋อู๋ห่าย แน่นอนว่าจึงมิได้ให้พวกเขารู้เข้า
เฟิงอวิ๋นซิวหันกลับไปมองมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “เฉียนซี ตอนนี้เจ้ามอบยาเม็ดของเจ้าให้พวกเราแล้ว ทำให้อากาศพิษนั้นไม่สามารถสร้างความลำบากให้แก่พวกเราได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้นั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เจ้าจงกลับไป