ะคนไปนานแล้ว
ในเวลานี้เองมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นว่า “ใครบอกว่าพวกเจ้าไร้ประโยชน์แล้ว”
นักปรุงยาเหล่านี้ของตำหนักโอสถกล่าวว่า “ความสามารถของพวกเราไม่ได้ดีเท่าของแม่นางมู่ ดังนั้น…”
“ความสามารถของพวกท่านไม่ดีเท่าข้า ทุกคนที่มีตาย่อมรู้ดี แม้ว่าทักษะการปรุงยาของพวกท่านนั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่เมื่อมีอันตราย พวกท่านก็ยังสามารถเป็นโล่ขวางเอาไว้ได้ ว่าไหมนายน้อยอวิ๋นซิว?” มู่เฉียนซีหันกลับมามองเฟิงอวิ๋นซิว
คิดจะใช้พวกเขาเป็นโล่ อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นถึงนักปรุงยาที่มีเกียรติ!
เมื่อฟังคำพูดของมู่เฉียนซีใบหน้าของพวกเขาต่างก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
มู่เฉียนซีกล่าวต่อว่า “ในเมื่อมาแล้วเป็นขยะ ก็ต้องใช้ขยะให้เป็นประโยชน์เสียหน่อย คิดจะจากไปเช่นนี้ พวกเจ้าเพ้อฝันไปหน่อยแล้วกระมัง!”
ใช้ขยะให้เป็นประโยชน์!
คำพูดของมู่เฉียนซีทิ่มแทงหัวใจของพวกเขาทำให้พวกเขาทั้งหมดอยากที่จะหนีไปในทันที
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวว่า “ในเมื่อมาทำภารกิจด้วยกันกับข้าแล้ว ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน ถ้าจะรอดก็ต้องรอดด้วยกัน คิดอยากจะออกจากกองทัพตอนนี้…”
“ได้ พวกเจ้าก็แค่กินยาพิษฆ่าตัวตายซะ!”
ใบหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวแข็งทื่อและเย็นชาจนทำให้คนเหล่านี้รู้เลยว่าเขาคงจะไม่ใจอ่อนแน่
พวกเขาจึงรีบถอนคำพูดในทันที
“พวกเราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยนายน้อยอวิ๋นซิวทำลายสำนักหุ่นปีศาจ!”
“ข้ารอ…”
“……”
ผู้อาวุโสสูงสุดมองไปที่มู่เฉียนซีและยิ้มพลา