อยาเอง”
เมื่อถึงตอนเมื่อครู่นี้ที่พวกเขาได้ไปกล่าวเสียดสีเด็กสาวผู้นั้น มาตอนนี้จะให้เอ่ยปากขอได้อย่างไร
พวกเขานั้นอยากที่จะกล่าวออกมาแต่ก็ได้หยุดชะงักไปและยังคงไม่อาจที่จะเสียหน้าได้อยู่เช่นเดิม จึงทำได้แต่เพียงโคจรพลังวิญญาณขึ้นมา นักปรุงยาเหล่านั้นที่กินยาของตำหนักโอสถก็ได้แต่ฝืนทนต่อไป
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “รีบเดินทางต่อเถอะอย่าได้เสียเวลาอยู่เลย ยิ่งไปถึงสำนักหุ่นปีศาจเร็วเท่าไรก็ยิ่งสามารถโจมตีพวกมันให้ไม่อาจรับมือได้ทันมากเท่านั้น”
เฟิงอวิ๋นซิวมิได้สนใจในสถานการณ์ร่างกายของพวกนักปรุงยาว่าเป็นเช่นไร เขาสนก็แต่การที่จะรีบเดินทางต่อ
ในช่วงส่วนกลางนั้นพวกเขายังสามารถที่จะฝืนทนเอาไว้ได้
แต่พอเมื่อมาถึงส่วนในแล้วก็ต้องเผชิญกับอากาศพิษที่เข้มข้นเช่นนี้ สีหน้าของคนจำนวนไม่น้อยเริ่มเป็นสีดำ แม้แต่จะหายใจก็ยังลำบาก
“นายน้อยอวิ๋นซิว พวกเรานั้นมาช่วยท่านทำภารกิจให้สำเร็จ ท่านจะไม่สนความเป็นความตายของพวกเราไม่ได้!”
“นายน้อยอวิ๋นซิว พวกเราต้องการยาแก้พิษ!”
“……”
พวกเขาแต่ละคนมองไปที่เฟิงอวิ๋นซิว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าเองก็อับจนหนทาง ข้าไม่ใช่นักปรุงยา ในมือข้าก็ไม่มียาเม็ดสำหรับป้องกันอากาศพิษเหลือเลย”
“นายน้อย ท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีเช่นนั้นกับแม่นางมู่ นางเห็นแก่หน้าของท่าน นางจะต้องมอบยาแก้พิษให้อย่างแน่นอน”
“ใช่แล้ว! นายน้อย”
“……”
ภายใต้การขอร้องที่ขมขื่นของพวกเขา มู่เฉียนซีก็ได้ให้พวกซวน