ั้นยังถือพัดเอาไว้เล่มหนึ่ง ทันทีที่เขาพัดก็ทำให้อากาศพิษที่อยู่รอบด้านนั้นแหวกออกไปเบา ๆ
เขายิ้มตาหยีและมองไปยังเฟิงอวิ๋นซิวที่งดงามอย่างน่าทึ่ง เขาค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “นึกไม่ถึงเลยว่านายน้อยอวิ๋นซิวจะมาเยี่ยมเยือนสำนักหุ่นปีศาจของพวกเรา ขออภัยจริง ๆ ที่มิได้ออกมาต้อนรับแต่แรก”
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่นผู้หนึ่งที่มาต้อนรับแขกผู้ทรงเกรียติ แต่ทว่าความเยือกเย็นในดวงตาของเขากลับทำให้พวกเขารู้ว่าเจ้าหมอนี่ไม่ได้มาดี
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างใจเย็น “ในเมื่อเจ้ารู้จักสถานะตัวตนของข้า เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ควรที่จะบอกกล่าวชื่อของเจ้ามาใช่หรือไม่?”
โดยปกติแล้วคนของสำนักหุ่นปีศาจจะไม่ออกมาด้านนอก แต่การที่พวกเขาพบกันกลางทางนั้นจะต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน หากแต่มีผู้ไปบอกความลับ!
สายตาของมู่เฉียนซีฉายแววอันเย็นวาบออกมา ดูทีแล้วไป๋อู๋ห่ายคิดจะให้ทั้งสองฝ่ายตีกันเองแล้วตนเองคอยรับผลประโยชน์
“ข้าคือรองเจ้าสำนักหุ่นปีศาจ นามว่าโหวหมิง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในเทือกเขาเมฆามืด แต่ข้าก็ยังรู้จักชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของนายน้อยอวิ๋นซิวเป็นอย่างดี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาที่สำนักหุ่นปีศาจของเรา เช่นนั้นแล้วก็เป็นเกีรยติของพวกเราอย่างแน่นอน”
สายตาของเขามองเฟิงอวิ๋นซิวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา ในสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความยิ้มแย้มแต่มิได้เป็นมิตรแต่อย่างใด
มันราวกับเขากำลังพิจารณาสิ่งของอันงดงามช