ิ้นหนึ่งก็มิปาน!
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างเย็นชา “รองเจ้าสำนัก เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่เพียงมาฝึกฝนในเทือกเขาเมฆามืดก็เท่านั้นเอง มิได้คิดที่จะไปเยี่ยมเยือนสำนักหุ่นปีศาจแต่อย่างใด”
“เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?” โหวหมิงกล่าวถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ในเมื่อบอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ทำไมเจ้าถึงจะต้องให้ข้าไปที่สำนักหุ่นปีศาจให้ได้เล่า?”
มู่เฉียนซีทนไม่ไหวกับเจ้าหมอนี่ที่ว่ากล่าวอย่างไม่จริงใจ นางจึงได้เอ่ยขึ้น
“รึว่า…มีคนบอกกับเจ้า? เป็นใครกันเล่า? นำตัวออกมาเถอะ!”
บัดนี้โหวหมิงที่จดจ่ออยู่กับเฟิงอวิ๋นซิวมาโดยตลอดได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมู่เฉียนซีที่ข้างกายของเขา
สาวน้อยใจชุดสีม่วงผู้นี้ งดงามเหมือนดั่งเฟิงอวิ๋นซิวหรือไม่ก็ถึงขั้นที่งดงามยิ่งกว่า
แต่แค่ไม่อาจรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของนางว่าจะเหมือนกันหรือไม่
สายตาของโหวหมิงทำให้เฟิงอวิ๋นซิวรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เฟิงอวิ๋นซิวยืนกันที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซีเอาไว้แล้วกล่าว “รองเจ้าสำนัก หากเจ้าไม่มีธุระอะไรแล้วละก็ขอให้จงหลีกไป จงอย่าได้ขวางทางของพวกเรา”
โหวหมิงไม่ยอมหลีกไป เขากล่าว “แม้ว่านายน้อยอวิ๋นซิวจะไม่อยากไปที่สถานที่เล็ก ๆ ดั่งเช่นสำนักหุ่นปีศาจของพวกเรา แต่ทว่าเจ้าสำนักของพวกเรานั้นชื่นชมนายน้อยอวิ๋นซิวมาเป็นเวลานานแล้ว เลยอยากที่จะชวนนายน้อยอวิ๋นซิวไปสักครา มิทราบว่านายน้อยอวิ๋นซิวจะตอบรับหรือไม่?”