ในเมื่อมาแล้ว หากพวกเจ้าเห็นข้าแล้วไม่สบายตาเช่นนั้นพวกเราก็แยกทางกันไปก็ได้แล้ว”
“มิใช่”
ซวนอีนั้นร้อนรนขึ้นมา เขากล่าว “แม่นางมู่ เจ้าเองก็รู้ว่าเทือกเขาเมฆามืดนั้นอันตรายยิ่งนัก การเข้าไปในเทือกเขาเมฆามืดครั้งนี้ พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากแม่นางมู่เป็นอย่างมาก”
“ซวนอี”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “อย่างไรเสียซวนอีก็เชื่อในความสามารถของข้า เช่นนั้นข้าไปกับเจ้ามันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเฟิงอวิ๋นซิว ข้าจะปกป้องซวนอี ซวนอีเจ้าว่าใช่หรือไม่?”
เฟิงอวิ๋นซิวมองไปที่ซวนอี ซวนอีพลันรู้สึกเหมือนเกิดแสงวาบขึ้นที่ด้านหลัง เห็น ๆ กันอยู่ว่านายน้อยชอบนางเช่นนั้น แต่เขากลับกล่าวคำที่ทำให้คนเข้าใจผิดเช่นนั้นออกมา นี่มิใช่ว่าเป็นการทำร้ายนางให้ตายอย่างจริงใจหรือ?
ผู้อาวุโสกู่แค่นเสียงเย็นชากล่าว “ช่วยเหลือ พวกเราตำหนักตงจี๋จะทำธุระยังจะมาต้องการความช่วยเหลือจากเด็กสาวผู้หนึ่ง”
“แม่นางมู่เป็นนักปรุงยาผู้หนึ่ง” ซวนอีกล่าว
ทันใดนั้นสีหน้าของเหล่านักปรุงยาแห่งตำหนักโอสถก็พลันมืดลง “องครักษ์ซวนอีไม่เชื่อในความสามารถของพวกเราหรือ?”
“แดนตะวันออกปรากฏผู้ที่ชื่อมู่หรงเฉียนเยี่ยที่เก่งกาจนั่นขึ้นมาก็แล้ว ข้าไม่เชื่อว่าเด็กสาวผู้นี้จะร้ายกายเหมือนดั่งมู่หรงเฉียนเยี่ย
ซวนอีเองก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นใครจะเก่งกว่ากัน
เมื่อเผชิญหน้ากับคำกล่าวโจมตีของพวกเขา มู่เฉียนซีนั้นไม่สนใจมันแม้แต่เพียงนิดเดียว
“พวกเจ้าจะพูดพร่