็ไม่รู้ว่าทำไมพิษในเทือกเขาเมฆามืดถึงได้ร้ายกาจเข้าไปทุกที อากาศพิษที่ร้ายกาจเช่นนี้นอกเสียจากปรมาจารย์จางมาออกโรงเสียเอง เกรงว่าผู้อื่นนั้นคงจะนึกหาหนทางไม่ออกแล้ว”
“หากมิใช่นายน้อยเฟิงอวิ๋นซิวไปล่วงเดินปรมาจารย์จางเพราะเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั่น ทุกท่านก็จะไม่ต้องมาทนรับความยากลำบากเช่นนี้เลย”
เมื่อพวกเขาหมดสิ้นหนทางและสบถถึงความยากลำบากออกมาอยู่นั้น มู่เฉียนซีก็กล่าวถามถึงสารทุกข์สุกดิบของซวนอีขึ้นมา
“ซวนอี เจ้ามีอาการไม่สบายหรือไม่เล่า?”
“ไม่สบายแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้ายังสามารถทนได้”
“ไม่สบายเพียงเล็กน้อยก็คือไม่สบายอยู่ดี กินถั่วหวานเสียหน่อยก็หายแล้ว”
คนอื่น ๆ เองก็ล้วนแต่ตะลึงค้าง เด็กสาวผู้นี้มิได้เป็นห่วงอะไรนายน้อยอวิ๋นซิว กลับกันนางกลับไปห่วงใยในองครักษ์ผู้หนึ่ง
สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวแข็งทื่อและมองมู่เฉียนซีที่กำลังห่วงใยซวนอี เขาไม่ต้องตาเป็นอย่างยิ่ง
ซวนอีรับยาเม็ดนั้นมา เขารู้ว่าผลของยาเม็ดนี้จะต้องดีเยี่ยมเป็นอย่างมากแน่
ทันทีที่เขาได้มันมานั้นกลับมิได้กินมันเข้าไปเอง หากแต่ได้นำไปมอบที่ด้านหน้าเฟิงอวิ๋นซิวพร้อมกล่าว “นายน้อยกินยา”
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย เจ้าหมอนี่ผ่านคุณสมบัติของสุนัขผู้ซื่อสัตย์เสียจริง ๆ
เฟิงอวิ๋นซิวและซวนอีนั้นรู้ถึงความสามารถของมู่เฉียนซี แน่นอนว่าพวกเขานั้นมิได้สงสัย แต่ทว่าคนอื่น ๆ นั้นกลับเริ่มตะโกนกล่าวขึ้น
“องครักษ์ซวนอี เจ