วุโสทั้งหลาย และแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็มาพร้อมกับตัวเขาเองด้วย นับว่าเป็นกระบวนทัพที่ยิ่งใหญ่
ไป๋อู๋ห่ายและปรมาจารย์จางผิดหวังมากที่พวกเขาไม่เห็นมู่เฉียนซีในขบวน เจ้าหนูนั่นไม่ได้ไปและการทำสิ่งหนึ่งเพื่อจุดประสงค์สองประการของพวกเขาเกรงว่าจะไม่สามารถทำให้สำเร็จได้แล้ว
หลายวันนี้มู่เฉียนซีได้ปิดประตูเก็บตัวปรุงยาอยู่ตลอด ทั้งยังให้เฟิงอวิ๋นซิวส่งเหล่าองครักษ์ทั้งหลายมาเฝ้านาง เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนนางที่ห้องปรุงยาได้
และเพื่อไม่ให้เฉียนเยี่ยไปกับเขาด้วย เฟิงอวิ๋นซิวจึงไม่ได้กล่าวคำอำลา บางทีเมื่อเขากลับมาเฉียนเยี่ยก็คงจะออกจากเมืองไปแล้ว
ส่วนมู่เฉียนซีที่กำลังเก็บตัวอยู่นั้น เมื่อนางได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ในเทือกเขาเมฆามืด นางย่อมต้องเตรียมยาน้ำและยาเม็ดเป็นจำนวนมากเอาไว้เพื่อให้อากาศที่เป็นพิษนั่นไม่สามารถทำอะไรนางได้
เมื่อชิงอิ่งปรากฏตัวขึ้นและบอกมู่เฉียนซีว่าเฟิงอวิ๋นซิวได้ออกไปแล้ว มู่เฉียนซีก็เก็บข้าวของแล้วกล่าวว่า “ชิงอิ่งไปกันเถอะ!”
เฟิงอวิ๋นซิวมาถึงประตูเมืองของเมืองตงจี๋และยังไม่ทันที่จะขึ้นขี่บนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหยี่ยวท่องนภาเพื่อจากไป ก็ได้มีคนเข้ามารั้งเขาเอาไว้ที่ด้านหน้า
ตรงหน้าเขาเป็นสตรีผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดสีม่วง ใบหน้าที่มีเอกลักษณ์ของนางทำให้ทุกคนรอบตัวล้วนจืดชืด รอยยิ้มที่สดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางพลางกล่าวว่า “เฟิงอวิ๋นซิว เจ้าจะไปไหน?”
เมื่อเห็นใบหน้าข