องสตรีที่อยู่ตรงหน้า เฟิงอวิ๋นซิวก็เหม่อไปในทันที
มู่เฉียนซีโบกมือต่อหน้าเขาและกล่าว “ตั้งสติหน่อย ไม่ได้เจอข้ามานาน พอเจอแล้วทำราวกับเห็นผี นี่เจ้ากำลังรนหาที่ตายรึ?”
รู้ว่าหากใช้รูปลักษณ์ของตนเองเฟิงอวิ๋นซิวจะต้องมีปฏิกิริยามากเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าใช้ใบหน้าของมู่หรงเฉียนเยี่ยถาม เฟิงอวิ๋นซิวย่อมไม่ตอบอย่างแน่นอน แต่หากใช้ใบหน้าของตนเองเฟิงอวิ๋นซิวจะไม่สามารถปฏิเสธได้
นอกจากนี้เมื่อนางเผชิญกับอันตราย นางสามารถใช้กลอุบายได้อย่างไม่ต้องกังวลและชิงอิ่งก็สามารถช่วยเหลือได้โดยไม่ทำให้ผู้คนสงสัย
ดวงตาของซวนอีเบิกกว้างขึ้น นาง…นางมาจริง ๆ
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวว่า “เฉียนซี ข้าไม่ได้เจอเจ้ามานานแล้ว เจ้าสบายดีไหม?”
ตั้งแต่ออกมาจากสนามรบโบราณที่เจ็ด พบนางอีกครั้งก็ตอนที่หลิงถูกล้อมฆ่า ตอนนั้นชายผู้นั้นยืนอยู่ข้างนาง
ได้รับข่าวมาอีกครั้งคือนางถูกดูดเข้าไปในมิติที่หมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ว่านางจะไม่เป็นอะไร แล้วนางก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาอย่างแคล้วคลาดปลอดภัยดั่งที่คิดเอาไว้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าสบายดี เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลย”
การกวาดล้างสำนักหุ่นปีศาจเป็นภารกิจลับของตำหนักตงจี๋และไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างเด็ดขาด แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของสตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ เขาก็ต้องตอบไปอย่างมิอาจปิดบังได้
เฟิงอวิ๋นซิวตอบว่า “ข้าจะไปเทือกเขาเมฆามืด”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “บังเอ