นแรงกล้าที่จะเข้ามาแทนที่ตำหนักตงจี๋เพื่อที่จะได้เป็นกองกำลังอันดับหนึ่งแห่งแดนตะวันออกของพวกเขานั้นเผยออกมาได้อย่างชัดเจนมาก หากตำหนักตงจี๋อดทนอยู่ต่อไป สำนักหุ่นปีศาจก็คงจะมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งแดนตะวันออกเป็นแน่
ดังนั้น ไป๋อู๋ห่ายจึงเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสำนักหุ่นปีศาจ ทว่า กลับไม่อยากเสี่ยงด้วยตัวเอง จึงให้เฟิงอวิ๋นซิวลงมือ ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้พ่ายแพ้ เขาก็ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น
ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ปรมาจารย์จางได้ศึกษาหาวิธีว่าจะรับมือกับอากาศพิษที่เทือกเขาเมฆามืดเช่นไรดี และเขาก็ได้ศึกษายาลูกกลอนที่สามารถต้านทานอากาศพิษออกมาได้แล้วด้วย ในขณะที่เฟิงอวิ๋นซิวไปเชิญกลับถูกปรมาจารย์จางปฏิเสธ
ปรมาจารย์จางที่กำลังพักฟื้นจากอาการป่วยหนักกล่าวเย้ยหยันว่า “นายน้อยอวิ๋นซิวคิดว่าเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั่นเก่งกาจมากไม่ใช่เหรอ ความสัมพันธ์ของนายน้อยกับเจ้าเด็กนั่นก็ดีมาโดยตลอดนี่ ครานี้ นายน้อยอวิ๋นซิวก็ไปขอให้เจ้าเด็กนั่นช่วยก็ได้แล้ว เหตุใดถึงต้องมาหาข้าด้วยเล่า”
ปรมาจารย์จางอยากจะฉีกเนื้อหนังมังสาของมู่เฉียนซีออกเป็นหมื่น ๆ ชิ้น แต่ก็จนปัญญา เพราะเฟิงอวิ๋นซิวนั้นปกป้องเขามาโดยตลอด ท่านหัวหน้าตำหนักก็ไม่อยากให้เขาทำอะไรผลีผลามในตำหนักตงจี๋ มิเช่นนั้นเขาก็คงจะลงมือไปตั้งนานแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “รับมือกับสำนักหุ่นปีศาจ เป็นคำสั่งของท่านหัวหน้าตำหนัก หรือว่าท่านปรมาจารย์จางไม่ฟังแม