้กระทั่งคำสั่งของท่านหัวหน้าตำหนัก?”
รับมือกับสำนักหุ่นปีศาจเป็นเรื่องของตำหนักตงจี๋ ต่อให้เฉียนเยี่ยมีไพ่ตายที่จะสมัครไป แต่เขาก็ไม่อยากให้เขาไปเสี่ยงด้วย
“ข้าถูกเจ้าเด็กนั่นเล่นงาน จนกระทั่งตอนนี้อาการป่วยก็ยังไม่หายดี ในเมื่อข้าบอกว่าไม่ไปก็คือไม่ไป หากนายน้อยไม่วางใจที่จะให้เจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั่นไป ข้าจะส่งยอดปรมาจารย์นักปรุงยาส่วนหนึ่งไปกับนายน้อยก็แล้วกัน”
สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวเคร่งขรึมลง รู้ดีหากพูดต่อไปก็คงจะไร้ประโยชน์ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านปรมาจารย์จางมาก”
เมื่อมองดูเฟิงอวิ๋นซิวเดินจากไป แสงเย็นก็วาบผ่านในดวงตาของปรมาจารย์จาง
เฟิงอวิ๋นซิว หากว่าเจ้าไปคนเดียวแล้วละก็ ข้าจะทำให้เจ้าไปแล้วไปลับไม่มีทางกลับมาได้แน่นอน
หากพาเจ้าเด็กนั่นไปด้วย ข้าก็จะทำให้พวกเจ้าทั้งสองตายอย่างไร้ซากศพ
ทว่า เฟิงอวิ๋นซิวกลับไม่อยากลากมู่เฉียนซีเข้ามาพัวพันด้วย ซวนอีรู้ว่านายน้อยของเขานั้นกำลังเป็นกังวลแล้ว
เขากล่าว “นายน้อย พามู่หรงเฉียนเยี่ยไปด้วยเถอะขอรับ! เจ้าหนุ่มนั่นรอบรู้มากมาย แถมฝีมือการปรุงยาก็เก่งกาจมากอีกด้วย เทือกเขาเมฆามืดเป็นพื้นที่ที่มีอากาศพิษรุนแรง เขาต้องมีวิธีรับมือได้แน่นอน”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ต่อให้ฝีมือการปรุงยาของเฉียนเยี่ยจะเก่งกาจ แต่เขาก็เป็นแค่จักรพรรดิแห่งภูตระดับหกเท่านั้น ต่อให้เขาสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ แต่เรื่องนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับเขา