ไป๋อู๋ห่ายต้องการจะเล่นงานข้า”
ซวนอีกล่าว “เป้าหมายของไป๋อู๋ห่ายก็คือนายน้อย ผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายที่สุดคงจะไม่ใช่เจ้าหนุ่มนั่น”
“เจ้าคิดผิดแล้ว หากให้ไป๋อู๋ห่ายเลือก ก็คืออยากจะลงมือกับเฉียนเยี่ยเป็นคนแรก”
ไป๋อู๋ห่ายรู้ถึงสถานะตัวตนของมู่หรงเฉียนเยี่ย เขาไม่ลงมืออย่างโจ่งแจ้งแน่นอน
แต่เมื่อใดที่เขาออกไปจากตำหนักตงจี๋แล้วเกิดเรื่องขึ้นที่เทือกเขาเมฆามืด ไป๋อู๋ห่ายก็จะผลักเรื่องราวทุกอย่างไปให้สำนักหุ่นปีศาจ ต่อให้กู้ไป๋อีจะยกทัพทำสงครามโดยไม่มีข้ออ้างก็ตาม
รบราต่อสู้กันทั้งในที่แจ้งและที่ลับกับไป๋อู๋ห่ายมาหลายปี เขาเข้าใจความคิดของคนผู้นี้มากกว่าใครแล้ว
ไป๋อู๋ห่ายเป็นคนที่มีความอิจฉาริษยาอย่างแรงกล้าโดยเฉพาะกับกู้ไป๋อี คนผู้นั้นเมื่อตอนที่อายุสามสิบก็ฝึกฝนจนเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างไร้เทียมทานพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิยอดยุทธ์ระดับเก้าแล้ว แต่เขากลับฝึกฝนอยู่นานเป็นเวลานับสามร้อยปี
ซวนอีสงสัยเล็กน้อย “เพราะเหตุใดล่ะขอรับ?”
เฟิงอวิ๋นซิวไม่ได้ไขข้อสงสัยให้กับเขา ตัวตนของเฉียนเยี่ยจะให้คนรู้เยอะไม่ได้
เขากล่าว “ฉะนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ข้าก็จะไม่มีทางให้เฉียนเยี่ยไปเทือกเขาเมฆามืดกับข้าเด็ดขาด”
“หรือว่าเราจะไปเชิญหัวหน้านักปรุงยาของหอหมอปีศาจหรือว่าหมอปีศาจให้มาช่วยดีหรือไม่ขอรับ นักปรุงยาระดับสูงของตำหนักโอสถเหล่านั้นล้วนแต่ไม่ได้เรื่องทั้งสิ้น” คราก่อนที่ไปก็เป็นนักปรุงยาระดับสูง แต