มู่เฉียนซีได้นำป้ายตราคำสั่งออกมา นางกล่าว “สวนสมุนไพรนี้ วันนี้จะไม่เปิดก็ต้องเปิด ข้าต้องการที่จะไปเอาสมุนไพรวิญญาณ!”
“ปรมาจารย์มู่หรง ท่านอย่าได้ทำให้พวกเราลำบากใจเลย นี่เป็นกฎของตำหนักโอสถ ท่านจะทำเรื่องที่แหกกฎไม่ได้” ทหารยามเองก็มีสีหน้าที่ลำบากใจ
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าลำบากใจ แต่ว่า…”
“ข้าจะโยนพวกเจ้าออกไป!”
“ซวนอี ยังชักช้าอยู่ทำไม? โยนตัวพวกเขาออกไป”
เฟิงอวิ๋นซิวนั้นค่อนข้างเหินห่างกับผู้คน อีกทั้งเขาเองก็เป็นผู้ที่สง่างาม เขาจะไม่ทำตามใจตนเองดั่งเช่นที่มู่เฉียนซีทำอย่างแน่นอน ช่างไรกฎเกณฑ์นัก!
แต่ทว่าเขาก็จำต้องยอมฟัง!
“องครักษ์ซวนอีจงฟังคำสั่ง โยนคนเหล่านี้ออกไป”
ไหนเลยที่ทหารยามของตำหนักโอสถจะเป็นคู่ต่อสู้ขององครักษ์ซวนได้ แต่ละคนนั้นได้ถูกโยนออกไปอย่างไร้ความปราณี
“ไม่ได้นะ ปรมาจารย์มู่หรง!”
“เจ้าจะโอหังเกินไปแล้วปรมาจารย์มู่หรง”
“เจ้าเป็นเพียงนักปรุงยาผู้หนึ่งที่เพิ่งจะเข้ามาในตำหนักโอสถ แต่เจ้ากลับยโสโอหังถึงขั้นนี้”
ในตอนนี้มู่เฉียนซีได้เดินมาจนถึงปากทางเข้าของสวนสมุนไพร และได้ผลักประตูสวนสมุนไพรเปิดออก
“ข้าจะยโสโอหัง แล้วพวกเจ้าจะทำเช่นไรได้? ถ้าหากว่าปรมาจารย์จางไม่ยินยอมละก็ เช่นนั้นก็ให้เขามาเองเถอะ!” เมื่อกล่าวจบมู่เฉียนซีก็ได้ผลักประตูแล้วเดินเข้าไป
แน่นอนว่าเรื่องการเก็บสมุนไพรวิญญาณในสวนสมุนไพรนั้นไม่เหมาะที่พวกซวนอีจะไปทำ
มู่เฉียนซีกล่าว “ซวน