ื่อถือป้ายคำสั่งนั้นเอาไว้ปรมาจารย์จางก็สามารถที่จะไปนำเอาสมุนไพรวิญญาณใดของตำหนักตงจี๋มาก็ได้มิใช่หรือ?”
“เจ้า…เจ้าต้องการให้ข้าเอาป้ายคำสั่งให้เจ้าเด็กนี่”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เมื่อปรมาจารย์จางแพ้แล้วก็ต้องยอมรับ! ส่งมอบออกมาเสียเถอะ!”
“รึว่าพวกเจ้าต้องการที่จะแย่งชิงไปหรือไร?”
“ข้าแค่เพียงต้องการสิ่งที่ข้าควรได้มาเพราะชนะ ปรมาจารย์จางจะไม่ให้หรือ? หากไม่ให้ละก็ ข้าจะไปเชิญท่านผู้อาวุโสสูงสุดมาเพื่อมอบความเป็นธรรม”
เสียงของผู้อาวุโสสูงสุดได้ลอยมา “ไอ้เจ้าเด็กเฒ่านี่คิดที่จะเบี้ยวสินะ! เขายังมีหน้าอีก ลองกล้าเบี้ยวดูสิ!”
มู่เฉียนซีช่วยให้เขาได้สมบัติมีค่าไปเป็นจำนวนไม่น้อย ในตอนนี้ผู้อาวุโสสูงสุดนั้นอยู่ข้างเดียวกับมู่เฉียนซีอย่างแน่นอน
ปรมาจารย์จางขบฟันไว้แน่น นายน้อยอวิ๋นซิวและผู้อาวุโสสูงสุดล้วนแต่ปกป้องเขา แต่ทว่าท่านเจ้าตำหนัก…
เขาได้รับรองกับเจ้าตำหนักเอาไว้ว่าในวันนี้เขาจะชนะแน่ เจ้าตำหนักเองก็มิได้มีความสนใจที่จะมาที่แห่งนี้เลยสักนิด มาตอนนี้จึงไม่มีผู้ใดคอยให้ท้ายเขา
ดังนั้นแล้วเขาจึงจนปัญญาและต้องมอบป้ายคำสั่งที่ล้ำค่านั้นของเขาให้แก่มู่เฉียนซีไป
“สิ่งที่ข้าพูดไปนั้น แน่นอนว่าจะไม่คืนคำ”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “เช่นนั้นก็ขอบคุณปรมาจารย์จางยิ่งนัก”
ปรมาจารย์จางยิ้มเยาะ เขาจะไม่ให้เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ได้เข้าไปในสวนโอสถ คลังโอสถ หรือห้องโอสถเป็นอันขาด ถึงจะมีป้ายคำสั่งนี้ก็จงอย่า