ได้หวังว่าจะได้สมุนไพรวิญญาณไปแม้แต่น้อย
หลังจากการประลองในครั้งนี้จบลง มู่เฉียนซีก็ได้เลื่องชื่อลือชาอีกครั้งหนึ่งในตำหนักตงจี๋
แม้ว่าการสกัดยาของนางจะไม่ได้เก่งกาจเท่ากับหัวหน้านักปรุงยาแห่งตำหนักตงจี๋ แต่หากว่าเป็นความสามารถในการรักษาแล้ว นางกลับเก่งกาจเสียยิ่งกว่าปรมาจารย์จางเสียอีก
มีคนจำนวนไม่น้อยที่เมื่อป่วยก็ไปหาปรมาจารย์มู่หรง ส่วนปรมาจารย์จางนั้นกลับถูกปล่อยให้อยู่อย่างเงียบเหงาที่อีกด้านหนึ่ง
อย่างไรเสียเมื่อครั้งก่อนหน้านี้เขาได้ใช้ยาอย่างมั่วซั่ว จึงทำให้ผู้คนมีความจดจำที่ไม่ดีนักต่อเขา
ปรมาจารย์จางคอยเฝ้าระวังมู่เฉียนซีอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันมิให้นางไปเอาสมุนไพรวิญญาณของเขา ตำหนักโอสถในตอนนี้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดยิ่งนัก
แต่เขาเองก็นึกไม่ถึงเลยว่าช่วงหลายวันมานี้ที่มู่เฉียนซีอยู่ในตำหนักตงจี๋จะเอาแต่รักษาอาการเจ็บป่วยให้ผู้คน อีกทั้งยังฝึกบำเพ็ญอยู่ด้วยตัวคนเดียวและบางทีก็ไปดื่มชาพูดคุยกับนายน้อยอวิ๋นซิว
เขาได้รับป้ายคำสั่งที่สำคัญเช่นนั้นมาแต่กลับไม่ได้มีท่าทีที่จะใช้มันเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าเด็กนี้จะต้องรู้เป็นแน่ว่ามันคงจะไม่ได้ประโยชน์อะไร เช่นนั้นแล้วจึงได้ไม่กล้ามาเพื่อจะได้ไม้ต้องเสียหน้า” ปรมาจารย์จางพึมพำขึ้นมา
สิ่งของที่ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้มา แล้วเหตุใดมู่เฉียนซีจึงจะไม่ไปเอาเล่า! ปล่อยให้เจ้าเฒ่านั่นเริ่มหละหลวมเสียก่อน จากนั้นจึงจะเอามาได้มากขึ้นกระมัง!
แ