ฉียนซีกล่าว “หากท่านชนะ ข้าจะช่วยแก้พิษให้ไป๋เหยียนเอ๋อร์ และยังรับปากตามคำขอของท่านหนึ่งข้อ”
“จริงเหรอ?” ดวงตาของปรมาจารย์จางเปล่งประกายขึ้น
เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะเอาสมุนไพรวิญญาณของเจ้าเด็กผู้นี้ อีกทั้งสูตรยาเหล่านั้นในหัวของเขา
เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับเฟิงอวิ๋นซิว ไม่สามารถให้เขาเข้ามายุ่งได้! อย่างไรเสียเจ้าเด็กผู้นี้ก็ช่วยหาข้ออ้างที่ดีให้เขาแล้ว
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “จริงแท้แน่นอน ข้าจะกล้าโกหกท่านหัวหน้านักปรุงยาได้เช่นไร เพียงแต่ว่า…”
“แต่อันใด?”
“หากว่าข้าชนะล่ะ ท่านปรมาจารย์จางจะแสดงน้ำใจสักหน่อยหรือไม่?”
“เจ้าไม่มีทางชนะข้าแน่นอน” ปรมาจารย์จางกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ยังไม่ทันจะได้เริ่มประลองเลย ปรมาจารย์จางก็แน่ใจถึงเพียงนี้แล้ว หรือว่าท่านจะเป็นหมอดูด้วยอย่างนั้นเหรอ?”
ปรมาจารย์จาง “เจ้าหนู แล้วเจ้าจะเสนอเงื่อนไขใดล่ะ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากว่าข้าชนะ ข้าอยากจะเก็บเอาสมุนไพรวิญญาณในตำหนักโอสถได้อย่างตามใจ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรวิญญาณขั้นใดระดับใดก็ตาม เป็นเช่นไร?”
“นี่เจ้าถึงกับมีความคิดเช่นนี้!” ปรมาจารย์จางถลึงตากว้างจ้องมองมู่เฉียนซีพลางกล่าว
เขาเอาสมุนไพรวิญญาณของตำหนักโอสถทั้งหมดมาเป็นสมบัติของเขาในฐานะผู้เป็นหัวหน้านักปรุงยา นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมีคนกล้ามาโลภมากในสมบัติของเขาเช่นนี้ ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!
มู่เฉียนซีกล่าว “สิ่งที่ข้าลงเป็นเดิมพันก็ไม่