สีหน้าของปรมาจารย์จางยิ่งดำคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากจะฉีกปากเจ้าเด็กนี่จริง ๆ
ต่อหน้าสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาจะมาเสียภาพลักษณ์ตัวเองไม่ได้
ปรมาจารย์จางกล่าว “มู่หรงเฉียนเยี่ย เจ้ายังเด็ก ทำเช่นนี้มันเสี่ยงเกินไปแล้วเจ้ารู้ตัวหรือไม่ หากสูญเสียสมุนไพรขั้นสวรรค์หายากไปคงเสียดายแย่”
เขามองสมุนไพรขั้นสวรรค์ที่อยู่ในมือมู่เฉียนซีด้วยความละโมบและกล่าวว่า “เอาสมุนไพรขั้นสวรรค์นี้มาให้ข้าเก็บรักษาเอาไว้เถอะ แล้วข้าจะมอบสูตรยากับสมุนไพรวิญญาณหลอมยาลูกกลอนให้เจ้า เป็นเช่นไร?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านปรมาจารย์จาง นี่ท่านคิดจะติดสินบนข้าอย่างนั้นเหรอ เหตุใดท่านถึงไม่พูดว่า หากข้ามอบสมุนไพรขั้นสวรรค์ให้ท่าน ท่านจะให้ข้าผ่านด่านซะเลยล่ะ”
ปรมาจารย์จางผงะไปครู่หนึ่ง “ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
มู่เฉียนซีกล่าว “อ๋อ เช่นนั้นข้าก็ทำได้เพียงแค่พยายามหลอมยาอย่างสุดความสามารถแล้วล่ะ”
ปรมาจารย์จางโกรธจนแทบกระอักเลือด “เจ้า นิสัยของเจ้าช่างไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ เจ้าจงใจจะยั่วโมโหข้าอย่างนั้นรึ?”
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อได้เห็นฉากการโต้วาจานี้กับตา ดูเหมือนว่าท่านหัวหน้านักปรุงยาผู้นี้จะไม่ได้สูงส่งเหมือนดั่งคำที่ร่ำลือไว้
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านปรมาจารย์จาง ท่านอย่าได้เสียเวลาเลย ประเดี๋ยวจะมืดค่ำเอาเสียก่อน”
ปรมาจารย์จางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าข้าอยากได้สมุนไพรขั้นสวรรค์ของเจ้ามากอย่างนั้นเหรอ ข้าก็