แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ออกกระบวนท่า เฟิงอวิ๋นซิวก็พุ่งมาป้องกันด้านหน้าของมู่เฉียนซีเอาไว้
“ปรมาจารย์จาง ที่นี่คือตำหนักของข้าหาใช่ตำหนักโอสถของเจ้าไม่ และเจ้าก็ไม่อาจที่จะทำอะไรคนบางคนได้ตามใจชอบ”
มู่เฉียนซีเองก็สงสัยเช่นกัน ดูแล้วนักปรุงยาผู้นี้ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะไปยุ่งย่ามเรื่องของผู้อื่นนัก นางมิใช่ว่าแค่วางยาพิษไป๋เหยียนเอ๋อร์ไปนิดเดียวเองหรือ?
ทำไมเขาถึงได้โกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ ราวกับว่านางไปฆ่าล้างคนทั้งบ้านเขาก็มิปาน
ช่างประหลาดนัก!
เมื่อเฟิงอวิ๋นซิวแข็งกร้าวขึ้นมาก็ทำให้น้ำเสียงของปรมาจารย์จางอ่อนลง
เขากล่าว “ข้าก็แค่อยากจะเชิญเขาไปที่นั่นสักครา ไม่ได้จะกินเขาเข้าไปเสียหน่อย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าปฏิเสธ!”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนตั้งมากมายเท่าใดที่อยากไปตำหนักโอสถของข้า? ข้าเชิญเจ้าไปนั่นถือว่าเป็นบุญของเจ้า แต่เจ้ากลับกล้าที่จะมาปฏิเสธ!”
ปรมาจารย์จางไม่สามารถทนรับคำปฏิเสธจากผู้อื่นได้
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่ไปก็คือไม่ไป ตอนนี้เจ้าจงรีบไปให้พ้นจากหน้าข้าให้ไว! ได้ยินเจ้าตะโกนเสียงดังโวยวาย หูของข้านั้นเจ็บไปหมดแล้ว”
มู่เฉียนซีไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ซวนอี ส่งแขก!”
ซวนอีเดินออกมาแล้วกล่าว “ปรมาจารย์จาง เชิญเถิด!”
“หากมิได้พาเจ้าเด็กนี่ไปด้วย วันนี้ข้าจะไม่ยอมไป”
ซวนอีกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ปรมาจารย์จาง เช่นนั้นข้าคงทำได้เพียงแต่ต้องใช้กำลังส่งท่านออกไปเสียแล้ว”
เ