คราก่อนที่ไป๋อู๋ห่ายปรากฏตัวออกมา มู่เฉียนซีอดทนเอาไว้ได้โดยที่ไม่ลงมือกับเขา
ทว่า ในตอนนี้นางไม่อยากจะอดทนแล้ว
มู่เฉียนซีเอ่ยปากกล่าวว่า “ท่านหัวหน้าตำหนัก หากท่านไม่อยากเป็นศัตรูกับตำหนักเป่ยหานแล้วละก็ อย่าได้มีความคิดที่ไม่ดี ข้าก็แค่มาหาสหายเล่นก็เท่านั้น”
ไป๋อู๋ห่ายขู่เฟิงอวิ๋นซิวได้ นางก็ขู่เขาได้เช่นกัน!
ไป๋อู๋ห่ายยิ้มพลางกล่าว “ฮ่าฮ่าฮ่า! ตำหนักตงจี๋ของพวกเราเป็นมิตรกับตำหนักเป่ยหานมาโดยตลอด ข้าจะคิดร้ายต่อเจ้าได้อย่างไรกันเล่า!”
แสงสว่างอันแปลกประหลาดวาบผ่านดวงตาของเขา “เพียงแต่ข้าไม่มั่นใจว่าเจ้าจะใช่ศิษย์ของสหายข้าหรือไม่ หากเจ้าใช้ชื่อของเขามาหลอกข้าล่ะ มันจะไม่ดีเอานะ!”
แม้แต่ทักษะกระบี่เงาจันทราคู่นางยังทำได้เลย จะเป็นตัวปลอมไปได้อย่างไรกันเล่า!
เห็นได้ชัดว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้กำลังทดสอบนาง
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านหัวหน้าไป๋กล่าววาจาขบขันแล้ว หากทักษะกระบี่ของข้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ เช่นนั้นก็คงต้องบอกว่าท่านตาบอดแล้วล่ะ”
มุมปากของไป๋อู๋ห่ายกระตุกขึ้นเล็กน้อย เจ้าเด็กผู้นี้ปากหาเรื่องจริง ๆ
“แต่หากท่านหัวหน้าไป๋ตาบอดไปก็ไม่เป็นไร ของสิ่งนี้ ท่านรู้จักหรือไม่?”
มู่เฉียนซีเอาป้ายคำสั่งที่กู้ไป๋อีมอบไว้ให้นางก่อนที่จะจากไปออกมา ป้ายคำสั่งป้ายนี้น่าจะสำคัญมาก
มู่เฉียนซีคิดในใจว่า ‘ตาเฒ่าไป๋อู๋ห่ายผู้นี้เป็นเหมือนอย่างที่เจ้าพูดเอาไว้ไม่มีผิด รับมือยากมาก ข้าทำได้แค่เป็นสุน