ัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือรับมือกับเขาแล้วล่ะ’
หลังจากที่มู่เฉียนซีเอาป้ายคำสั่งป้ายนี้ออกมา เฟิงอวิ๋นซิวและไป๋อู๋ห่ายต่างก็ตกตะลึงขึ้น
ไป๋อู๋ห่ายยิ้มพลางกล่าวว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า! ดูท่ากู้ไป๋อีจะรับศิษย์ที่เก่งกาจมาคนหนึ่งแล้วจริง ๆ แม้แต่ป้ายคำสั่งก็มอบให้กับเจ้าแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่ก็ดึกมากแล้ว ข้ากับอวิ๋นซิวต้องขอตัวกลับไปพักผ่อนแล้ว ท่านกับธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็รีบพักผ่อนล่ะ”
ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังจะจากไปนั้น จู่ ๆ ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็ตะโกนขึ้นว่า “ช้าก่อน!”
“เอายาแก้พิษมาให้ข้า! หน้าข้า หน้าของข้า…”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไร้เดียงสาว่า “พิษนี้ ข้ายังไม่มียาแก้พิษเลย ข้าได้ยินมาว่าท่านหัวหน้านักปรุงยาของตำหนักตงจี๋เป็นถึงสุดยอดนักปรุงยาแห่งแดนตะวันออก เจ้าไปรบกวนท่านหัวหน้านักปรุงยาให้ช่วยเถอะ ข้าเหนื่อยมากแล้ว!”
มู่เฉียนซีทิ้งคำพูดนี้ไว้และเดินเชิดหน้าชูคอจากไป
“ท่านพ่อ…” ไป๋เหยียนเอ๋อร์เห็นท่านพ่อของตนเองไม่เพียงแต่จะไม่จัดการกับมู่หรงเฉียนเยี่ย อีกทั้งยังไม่ขอยาแก้พิษจากเขามาให้กับนางอีก สีหน้าของนางก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
“ไปให้หัวหน้านักปรุงยาแก้พิษให้เจ้าเสียเถอะ!”
รู้จักกับกู้ไป๋อีมานานหลายปี เขาไม่เคยรับผู้ใดเป็นศิษย์มาก่อน ที่แท้ไม่ใช่ว่าไม่รับศิษย์ แต่แอบซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดีต่างหากล่ะ
แม้แต่ป้ายคำสั่งนั่นก็ยอมมอบให้กับเจ้าเด็กผู้นั้น ดูท่า กู้ไป๋อีต้องการที่จะให้เขาเป็นผู้สืบทอดแล