้วเป็นแน่
เขารู้ดีว่าพลังความแข็งแกร่งของกู้ไป๋อีนั้นน่ากลัวเพียงใด หากลงมือแตะต้องศิษย์สุดที่รักของเขาเข้า บางทีเขาอาจจะต้องกลายเป็นวิญญาณภายใต้กระบี่ของกู้ไป๋อีโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ได้
อย่างไรก็ตามก็ได้ทำให้ไป๋อู๋ห่ายตกใจไปแล้ว การข่มขู่ของมู่เฉียนซีนี้ช่างเสแสร้งได้อย่างแนบเนียนเป็นอย่างมาก
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “โชคดีนะที่กู้ไป๋อีได้มอบของสำคัญสิ่งนี้ไว้ให้กับเจ้า มิเช่นนั้นไป๋อู๋ห่ายไม่มีทางยอมปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ เช่นนี้แน่”
เฟิงอวิ๋นซิวเห็นรอยบาดแผลบนร่างกายของมู่เฉียนซีก็กล่าวอย่างรู้สึกผิดว่า “เฉียนเยี่ย ข้าขอโทษ ข้าทำร้ายเจ้าบาดเจ็บแล้ว ข้า…”
มู่เฉียนซีกล่าว “วันนี้ ข้าโกรธมาก!”
“เฉียนเยี่ย หากเจ้าโกรธก็ลงกระบี่มาที่ข้าเถอะ!”
มู่เฉียนซีส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่ใช่เพราะข้า แต่เป็นเพราะว่าเจ้า! เจ้าไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเจ้าเอง เรื่องนี้ทำให้ข้าโกรธมาก”
นางก็มีคนที่นางรักนางชอบเหมือนกัน แต่นางไม่ได้เป็นเหมือนดั่งเฟิงอวิ๋นซิวแน่นอน
ตกลงเป็นเพราะว่าความรักความชอบของนางมันไม่ลึกซึ้งพอ หรือว่าความรักความชอบของเฟิงอวิ๋นซิวนั้นมันไม่ปกติกันแน่
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนเยี่ย ข้าไม่เข้าใจ! ชีวิตของข้า เป็นนางที่ช่วยเอาไว้ ข้า…”
“ข้าไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “นี่เป็นวิธีการรักของเจ้า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะว่าเจ้าเช่นไรแล้ว แต่อย่าได้ถูกตัวปลอมหลอก