มมือกับนายน้อยอวิ๋นซิวแห่งตำหนักตงจี๋ ข้านั้นรู้สึกเป็นเกรียติอย่างยิ่งมาโดยตลอด”
ไม่นานนักก็มีข่าวมาจากทางตำหนักของไป๋อู๋ห่าย
มู่เฉียนซีสามารถที่จะอยู่ที่ตำหนักตงจี๋ต่อได้อีกเพียงสามวันเท่านั้น นี่นับเป็นความเมตตาอย่างพิเศษจากเขาแล้ว
หากเกินสามวันละก็เขาจะส่งคนมาเชิญนางออกไปจากตำหนักตงจี๋เอง
มู่เฉียนซีกล่าว ไป๋อู๋ห่ายคิดว่าตำหนักตงจี๋ของเขานั้นเป็นพื้นที่ล้ำค่าทางฮวงจุ้ยสินะ! ข้าถึงได้ดึงดันไม่ยอมที่จะจากไปเสียที”
กลางดึกมู่เฉียนซีได้เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว
นางร้องตะโกนขึ้น “ชิงอิ่ง!”
เงาร่างสีเขียวเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซี “เฉียน!”
“หากว่าเจ้าพาข้าเดินอยู่ในตำหนักตงจี๋จะสามารถซ่อนตัวมิให้ถูกผู้คนตรวจพบได้หรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ได้!”
“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ! ไปมอบของขวัญให้แก่ธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นที่ตำหนักของธิดาศักดิ์สิทธิ์เองกันเถอะ”
“ได้!”
จากนั้นชิงอิ่งก็ได้พามู่เฉียนซีจากไปอย่างไร้สุ้มเสียง หลังจากที่นางไปได้ไม่นานเฟิงอวิ๋นซิวก็กลัวว่านางจะทำอะไรบุ่มบ่ามขึ้นมาในช่วงตอนกลางคืนจึงได้มาหา!
แต่ปรากฏว่านางไม่อยู่แล้ว!
สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวพลันมืดครึ้มลง “ซวนอี!”
ทันใดนั้นซวนอีก็ปรากฏตัวขึ้นและคุกเข่าต่อหน้าเฟิงอวิ๋นซิว “นายน้อย!”
“เฉียนเยี่ยเล่า?”
มู่หรงเฉียนเยี่ยไม่อยู่แล้ว เขาหายตัวไปภายใต้การคุ้มกันของทั้งหน่วยองครักษ์ซวน
“นายท่านจะให้ข้าส่งคนออกไ