ปตามหาหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น ในเมื่อเฉียนเยี่ยสามารถที่จะหายตัวไปภายใต้หนังตาของพวกเจ้าได้ เช่นนั้นนอกจากไป๋อู๋ห่ายก็คงจะไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้แล้ว ถ้าหากพวกเราเคลื่อนไหวฉับพลันเกรงว่าจะทำให้เขาเสียแผนได้”
ซวนอีกล่าว “ขอรับ!”
ตำหนักของธิดาศักดิ์สิทธิ์นั้นหาได้อย่างง่ายดาย ไม่นานนักชิงอิ่งก็ได้พามู่เฉียนซีแทรกซึมเข้าไปในตำหนักธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่างไร้สุ้มเสียงและไม่มีผู้ใดพบเห็น
ไฟในเรือนนอนของธิดาศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ยังคงสว่างไสวอยู่ มู่เฉียนซีพบว่ามีผู้แข็งแกร่งผู้หนึ่งอยู่กับไป๋เหยียนเอ๋อร์ที่นี่ กลิ่นอายนั้นเหมือนกับของไป๋อู๋ห่ายยิ่งนัก
มู่เฉียนซีกระซิบที่ข้างหูของชิงอิ่งและกล่าวว่า “พวกเราเข้าไปใกล้อีกนิด อย่าให้ถูกจับได้เล่า”
หลังจากที่เข้าไปใกล้ขึ้นกว่าเดิมมู่เฉียนซีก็ได้ยินเสียงของไป๋เหยียนเอ๋อร์ลอยออกมาจากด้านใน
“ท่านพ่อ ท่านมาหาข้ายามค่ำคืนเพื่อที่จะบอกข้าว่าจะรับมือกับเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั้นอย่างไรหรือ?” น้ำเสียงของไป๋เหยียนเอ๋อร์ค่อนข้างที่จะมีความตื่นเต้น
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “เหยียนเอ๋อร์ไม่เห็นหรือว่าเฟิงอวิ๋นซิวปกป้องเจ้าเด็กนั่นขนาดนั้น? ขอแค่เพียงมีเฟิงอวิ๋นซิวอยู่ พวกเราอยากที่จะจัดการกับมู่หรงเฉียนเยี่ยมันก็ไม่ง่ายดายเช่นนั้น”
“เช่นนั้น…พวกเราก็จัดการเฟิงอวิ๋นซิวก่อน?”
“ไฉนเลยที่เราจะรับมือกับเฟิงอวิ๋นซิวได้ง่ายดายเช่นนั้น? ตอนที่เขาเพิ่งมายังตำหนักตงจี๋เขายังเป