็นเด็กน้อยผู้หนึ่ง ตอนนั้นข้าก็ยังจัดการกับเขาไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้เลย เจ้าเองก็ได้พบเห็นพลังความสามารถของเหล่าองครักษ์ซวนที่อยู่ในมือของเขามาแล้วนี่”
หลายปีมานี้ข้าใช้หนทางไปไม่น้อยเพื่อจัดการกับเฟิงอวิ๋นซิว แต่ทว่ามันกลับไม่เกิดผล
ไป๋อู๋ห่ายคิดว่าการที่จะจัดการเฟิงอวิ๋นซิวนั้นไม่สามารถจัดการด้วยการใช้กำลังได้ หากแต่จะต้องใช้ปัญญา!
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ตะลึงค้างแล้วกล่าว “เช่นนั้นแล้วท่านพ่อว่าจะทำเช่นไรดี? ท่านเป็นถึงเจ้าตำหนัก หรือว่าจะยอมให้เฟิงอวิ๋นซิวขึ้นมาขี่อยู่บนศีรษะของท่านหรือ?”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “บิดาคิดได้วิธีหนึ่ง!”
“วิธีการใด?”
“เจ้าแต่งงานกับเฟิงอวิ๋นซิวและได้เขามา เช่นนี้ก็จะสามารถควบคุมเขาได้”
เมื่อได้ยินเข้ามู่เฉียนซีก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ไป๋อู๋ห่ายผู้นี้ช่างคิดได้ประหลาดนัก
เรื่องการแต่งงานของอวิ๋นซิวเป็นเรื่องที่เขาจะสามารถตัดสินใจได้หรือ?
“แต่…แต่ข้าไม่ได้ชอบเฟิงอวิ๋นซิว ข้า…”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์น้อยเนื้อต่ำใจจนกล่าวอะไรไม่ออกราวกับว่าการแต่งงานกับเฟิงอวิ๋นซิวนั้นนางได้ขาดทุนเป็นอย่างมากก็มิปาน
“หากต้องการพรสวรรค์ เฟิงอวิ๋นซิวก็มีพรสวรรค์ หากต้องการเรื่องหน้าตา เฟิงอวิ๋นซิวก็มีหน้าตาที่ดี ถ้าหากพวกเจ้าสามารถให้กำเนิดเด็กขึ้นมาคนหนึ่ง บางทีอาจจะสามารถเป็นผู้บำเพ็ญภูตที่มีสองพลังธาตุก็เป็นได้ จะมีอะไรไม่ดีเล่า?”
“สองพลังธาตุ พลังธาตุไฟ!” ในตอนนี้ไป๋เหยียนเอ๋อร์ตื่