ะดับเดียวกับเขา ถึงต่อให้ไม่แพ้ อย่างมากก็เกรงว่าคงทำได้เพียงเสมอ
แต่เขากลับยอมแพ้!
ใบหน้าของซวนอีหม่นคล้ำ เจ้าเด็กบ้า คืนหยกวิญญาณข้ามา!
เฟิงอวิ๋นซิวเองก็รู้ว่าเขาจงใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความปรารถนาดีของเขา
มู่เฉียนซีกล่าว “การต่อสู้จริงไม่มีใครสามารถสะกดความแข็งแกร่งจนถึงระดับเดียวกันและต่อสู้กับคนผู้นั้นได้ ดังนั้นข้าจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าอยู่แล้ว ไม่แปลกที่ข้าจะแพ้”
เฟิงอวิ๋นซิวมองไปที่แผ่นเหล็กสองแผ่นตรงหน้านี้ มีสองแผ่นนี้ความคืบหน้าของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็ใกล้เข้ามาอีกขั้นหนึ่งแล้ว
“เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดออกจากการเก็บตัวก็ไปหาเขา”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้ผู้อาวุโสใหญ่ออกจากการเก็บตัวแล้ว ของสิ่งนี้ดูเหมือนจะมีประโยชน์!”
มู่เฉียนซีหยิบต้นภูตไฟออกมา เฟิงอวิ๋นซิวมีพลังวิญญาณธาตุไฟ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกถึงธาตุไฟที่เข้มข้นบนต้นไม้ต้นนี้
เมื่อต้นภูตไฟถูกนำออกมา แผ่นเหล็กแต่ละแผ่นนั้นก็ได้ส่องแสงออกมา
แสงส่องสว่างนั้นได้สร้างเป็นรูปสองรูป เฟิงอวิ๋นซิวรีบจดจำภาพทั้งสองนี้อย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีหักกิ่งไม้และมอบมันให้กับเฟิงอวิ๋นซิวก่อนจะกล่าวว่า “ข้าจะไม่มอบต้นภูตไฟนี้ให้กับเจ้า อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นผู้บำเพ็ญภูตธาตุไฟ ปลูกเองเถอะ! สิ่งนี้มีประโยชน์มากมายสำหรับเจ้าในการยกระดับการบ่มเพาะของเจ้า?”
“เจ้าจะมอบมันให้ข้าหรือ?” เฟิงอวิ๋นซิวตะลึงงัน แม้เป็นกิ่งไม้แท่งหนึ่งแ