่านั้นต่างก็ออกหน้ากล่าวแทนนาง
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “มีข้าอยู่ เจ้าคิดว่าเฉียนเยี่ยยังจำเป็นต้องใช้กำลังจับคนเป็นตัวประกันเพื่อหนีออกไปจากตำหนักตงจี๋อีกอย่างนั้นเหรอ?”
“แต่ว่า ท่านข่งชัวได้รับบาดเจ็บอยู่ พวกท่านอย่าได้ทำร้ายเขาอีกเลยจะได้หรือไม่…” ไป๋เหยียนเอ๋อร์มองไปที่ข่งชัวด้วยความเป็นห่วง
มู่เฉียนซีกล่าว “ที่ข้าจับข่งชัวก็เพราะว่าข้าต้องการเรียกร้องความบริสุทธิ์ให้กับตัวเอง”
ในตอนนี้ พิษในร่างข่งชัวออกฤทธิ์แล้ว และเขาก็มีท่าทางเหม่อลอยขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโบราณสถานแห่งเพลิงทั้งหมดให้ทุกคนฟังเดี๋ยวนี้!”
ข่งชัวกล่าว “ได้!”
มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มและกวาดสายตามองไปที่ทุกคนพลางกล่าว “พวกเจ้าฟังกันให้ดีล่ะ!”
ข่งชัวเริ่มแล้ว เขาได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดออกมา
เดิมที สาเหตุที่พวกเขาได้มาเป็นผู้ควบคุมการทดสอบในครั้งนี้ ก็เพราะว่าต้องการเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะเข้าไปในโบราณสถานแห่งเพลิงโดยที่ไม่มีผู้ใดสงสัย มิเช่นนั้นแล้ว ด้วยสถานะของพวกเขาจะมาเป็นผู้ควบคุมการทดสอบได้อย่างไรกันเล่า
โบราณสถานแห่งเพลิงเป็นสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง สามารถทำให้ผู้ฝึกบำเพ็ญมีพลังธาตุอัคคีได้
หลังจากที่รู้เรื่องนี้มาจากท่านหัวหน้าตำหนักนักปรุงยา ธิดาศักดิ์สิทธิ์ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็อดใจรอที่จะเข้าไปไม่ไหว
เดิมที ธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้อยากใกล้ชิดผู้เข้าร่วมทดสอบด้วยซ้ำไป นางมีเป้าหมายอ