กับเขาด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขาอย่างไร้ซึ่งสุ้มเสียง และได้ยัดของสีดำขลับสิ่งหนึ่งเข้าไปในปากเขา ทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้และถุยของสีดำขลับสิ่งนั้นออกมา
“เจ้า นี่เจ้า…”
เนื่องจากความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ การแสดงออกทางสีหน้าจึงเผยออกมาชัดเจนมาก ผ้าพันแผลบนใบหน้าเขาในตอนนี้ก็มีเลือดซึมและเลือดก็เริ่มไหลออกมาแล้ว
“นี่เจ้าให้ข้ากินสิ่งใด นี่เจ้าจะวางยาพิษให้ข้าตายอย่างนั้นเหรอ!”
มู่เฉียนซีคว้าตัวเขาออกไป และให้สัญญาณมือเฟิงอวิ๋นซิวให้หยุด
จากนั้นเหล่าองครักษ์ซวนก็หยุดการโจมตีและคุ้มกันความปลอดภัยให้กับมู่เฉียนซี
ข่งชัวถูกจับตัวแล้ว มู่หรงเฉียนเยี่ยจับตัวเขาเพื่ออันใด จับเป็นตัวประกันอย่างนั้นเหรอ?
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “มู่หรงเฉียนเยี่ย เจ้าได้กระทำความผิดใหญ่หลวงแล้ว ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้ายังจะกล้าใช้กำลังบีบบังคับท่านข่งชัวเพื่อที่จะหลบหนีอีก นี่เจ้ากำลังจะทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่านะ ตำหนักตงจี๋ไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่”
“เจ้าอย่าได้หลงผิดอย่างกู่ไม่กลับเช่นนี้ได้หรือไม่” น้ำเสียงของไป๋เหยียนเอ๋อร์เต็มไปด้วยการขอร้องอ้อนวอน
“ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์มีจิตใจเมตตากรุณาถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ามู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นี้ช่างไม่รู้จักชั่วดีเอาซะเลย!”
“ช่างน่าสงสารในความจิตใจดีมีเมตตาของท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ!”
“……”
หลังจากที่ไป๋เหยียนเอ๋อร์แสดงละครตบตาได้อย่างแนบเนียน คนที่เคารพนางเหล