ในตอนนี้ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์กำลังแสดงละครตบตาอย่างสุดชีวิต และคนตรงหน้าเหล่านี้ก็หลงเชื่อในคำหลอกลวงของนาง
“มู่หรงเฉียนเยี่ยบังอาจเกินไปแล้ว! แม้กระทั่งท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์กับท่านข่งชัวเขาก็กล้าลงมือทำร้าย”
“คิดจริง ๆ เหรอว่ามีนายน้อยอวิ๋นซิวคอยปกป้องแล้วจะทำเลวโดยไม่ยำเกรงต่อสิ่งใดอย่างไรก็ได้?”
“ไม่เห็นตำหนักตงจี๋อยู่ในสายตาซะเลย!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “องครักษ์! จับตัวมู่หรงเฉียนเยี่ยผู้ชั่วร้ายอย่างไม่น่าให้อภัยผู้นี้เอาไว้!”
หลังจากที่ไป๋เหยียนเอ๋อร์ได้ออกคำสั่งไป ยอดฝีมือของตำหนักตงจี๋หลายคนก็พุ่งเข้ามาห้อมล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้
วันนี้ ต่อให้มู่หรงเฉียนเยี่ยจะมีปีกบินก็ไม่อาจหนีรอดไปได้!
และไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็มองไปที่คนอื่นพลางกล่าวด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า “พวกเจ้าถอยไปไกล ๆ หน่อย ประเดี๋ยวจะได้รับบาดเจ็บจากลูกหลงเอาได้”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังจะมีจิตใจเมตตาเป็นห่วงความปลอดภัยคนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเขาอีก ทำให้พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
ไป๋เหยียนเอ๋อร์มองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “มู่หรงเฉียนเยี่ย ที่นี่มียอดฝีมือของตำหนักตงจี๋มากมายหลายคน ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้ หากเจ้ายอมไปคุกมืดของตำหนักตงจี๋กับข้าแต่โดยดี ข้าจะไม่ให้พวกเขาทำอันใดเจ้า แต่หากว่า…”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วพลางกล่าว “แล้วหากว่าข้าขัดขืนล่ะ พวกเจ้าก็จะฆ่าข้า?”
“ใช่ ข้าเองที่เป็นคนทำร้ายข่งชัว