แต่ว่า…ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ไม่ทราบว่าความจำของเจ้ามันเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพวกเจ้าเป็นคนลงมือกับข้าก่อน” มู่เฉียนซีมองไป๋เหยียนเอ๋อร์ด้วยสีหน้าถากถาง
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด ทว่า คนที่นับถือนางเหล่านั้นกลับโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
“นี่เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้าจะกระทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรกัน”
“เห็น ๆ กันอยู่ว่าท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ไม่คิดจะทำร้ายผู้ใด นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าใส่ร้ายป้ายสีนางเช่นนี้”
“อย่าคิดนะ ว่าเจ้าจะใส่ร้ายป้ายสีท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์แล้วเจ้าจะพ้นผิดไปได้”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวอย่างจนปัญญาว่า “มู่หรงเฉียนเยี่ย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังไม่ยอมรับกับสิ่งที่เจ้าได้กระทำลงไปอีก ดูท่า คงต้องลงมือแล้วล่ะ”
มู่เฉียนซีชักกระบี่ออกมาและกล่าวว่า “ลงมือก็ลงมือสิ!”
ความลับในแผ่นเหล็กดำแผ่นนั้นไม่จำเป็นต้องไปหาผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักตงจี๋แล้ว เพราะว่านางไขความลับนั้นได้แล้ว ดังนั้นออกไปจากที่นี่ก็ไม่เป็นไรแล้ว
แต่ก่อนจะจากไปนั้น นางได้เตรียมของขวัญเอาไว้แล้ว และยังไม่ได้มอบให้ไป๋เหยียนเอ๋อร์กับหมิงจีเลย นางจะมาตำหนักตงจี๋อย่างเสียเที่ยวไม่ได้
ทั้งสองฝ่ายได้ชักกระบี่ออกมาและพร้อมที่จะเริ่มต่อสู้ตลอดเวลา
ทุกคนต่างก็รู้สึกว่ามู่เฉียนซีอ่อนแอ ระดับพลังวิญญาณก็ต่ำนัก ไม่มีทางเอาชนะได้แน่