ือไม่!
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อพวกเจ้าต้องการจะจับข้าก็จับเลยสิ ข้าจะสู้กับพวกเจ้าสักตั้ง”
“หากพวกเจ้าอยากจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้าก็มา!” เฟิงอวิ๋นซิวก็กล่าววาจาเช่นนี้ออกไปแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวอยู่ตรงนั้น คนเหล่านั้นก็รู้สึกลังเลเล็กน้อย
และไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็ออกคำสั่งว่า “ในเมื่อมู่หรงเฉียนเยี่ยไม่คิดจะกลับใจเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจแล้ว สู้ก็สู้!”
การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น! แต่ความจริงแล้วเป็นการปราบปรามของเหล่าองครักษ์ซวนฝ่ายเดียว ส่วนมู่เฉียนซีกับเฟิงอวิ๋นซิวนั้นกำลังพูดคุยกันอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเหล่าองครักษ์ซวน
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดี ต่อจากนี้มอบให้เป็นหน้าที่ของข้า”
มู่เฉียนซีกล่าว “นึกไม่ถึงเลยว่านายน้อยอวิ๋นซิวจะเป็นสหายที่ดีเช่นนี้”
ในตอนแรกเฟิงอวิ๋นซิวดีกับนางมาก แต่ทั้งหมดนั้นก็ล้วนแต่เป็นเพราะรูปร่างหน้าตาของนาง
ก็แค่ถูกเขามองว่าเป็นตัวแทนของสตรีผู้เป็นที่รักของเขา เขาจึงเชื่อฟังคล้อยไปตามนาง อ่อนโยนกับนาง และสิ่งนี้ทำให้นางไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
ทว่า ในตอนนี้ไม่เหมือนกัน การกระทำของเขาที่มีต่อนางในตอนนี้ ทำให้นางรู้สึกดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก
เฟิงอวิ๋นซิวยิ้มพลางกล่าว “ก็ใครใช้ให้เจ้ามีอาจารย์ที่เก่งกาจเช่นนั้นกันเล่า แล้วนี่ไม่ใช่เพราะข้าต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าเหรอ?”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เพียงแค่เพราะว่าเสี่ยวไป๋อย่างนั้นเหรอ?”