าเหรอ?”
“เจ้าปกป้องตัวเองให้ดีก็แล้วกัน เรื่องวุ่นวายเหล่านี้ข้าจัดการได้” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว
เฟิงอวิ๋นซิวใช้อำนาจในฐานะที่ตนเองเป็นนายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋ข่มขู่ทำให้ไป๋เหยียนเอ๋อร์ไร้ซึ่งหนทางที่จะจัดการ
สีหน้ากล้ำกลืนราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นของท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ทำให้คนที่เคารพนางเหล่านั้นรู้สึกปวดใจ จากนั้นก็ออกหน้าออกตาแทนนาง
“นายน้อยอวิ๋นซิว ไม่ว่าอย่างไรมู่หรงเฉียนเยี่ยก็ทำผิดกฎ นายน้อยอวิ๋นซิวจะกระทำสิ่งใดตามอำเภอใจเพียงเพราะว่าตนเองเป็นนายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋ไม่ได้”
ถึงแม้ว่าคำพูดนี้มันจะน่ากลัว ทว่า เฟิงอวิ๋นซิวกลับไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นว่า “ข้าจะพูดอีกครั้ง ผู้ที่ลงมือก่อนก็คือพวกเขาไม่ใช่ข้า ข้าตอบโต้ไปก็เพื่อที่จะปกป้องตัวเองก็เท่านั้น แต่มือข้าลื่นก็เลยทำให้เขากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปก็เท่านั้น”
มือลื่น! คนไร้ประโยชน์! ข่งชัวที่ใบหน้าทั้งหน้าเจ็บปวดทรมานในตอนนี้ก็แทบจะกระอักเลือดแล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “หากตำหนักตงจี๋ตัดสินให้ข้าต้องรับโทษโดยที่ไม่แยกแยะผิดถูก ข้าก็ไม่ยอมเหมือนกัน!”
“ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นแน่นอน!”
“ข้าเชื่อท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์!”
ผู้ที่ปกป้องไป๋เหยียนเอ๋อร์ยังคงเชื่อท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
มุมปากของมู่เฉียนซีแสยะยิ้มเล็กน้อย เชื่ออย่างนั้นเหรอ
รอดูเองก็แล้วกันว่าพวกเจ้ายังจะเชื่ออยู่หร