าเลื่อนขั้นได้อย่างไรล่ะ ข้าจึงพาคนเป็น ๆ เช่นเจ้าเข้ามาในนี้ได้ ครั้งนี้หากเจ้าฝึกบำเพ็ญได้ไม่ถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับหก ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าออกไปแน่ และหากผู้เป็นพันธสัญญาของข้ามีพลังที่อ่อนแอจนเกินไป ข้าจะรู้สึกอับอายขายขี้หน้ามาก”
“เรื่องดี ๆ เช่นนี้ข้าไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปแน่นอน ฝึกบำเพ็ญถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกนะเหรอ ได้! ไม่มีปัญหา!”
ณ คุกโลหิต ในที่สุดตอนนี้จิ่วเยี่ยก็ได้ยับยั้งคำสาปนั้นได้ชั่วคราวและเขาก็สงบลงมาบ้างแล้ว
“สุ่ยจิงอิ๋ง ถอยไป!”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “ตอนนี้ซีเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรแล้ว และตอนนี้นางก็อยู่ในมิติของอาถิง ต่อให้เจ้าไปก็ไม่ได้เจอซีเอ๋อร์อยู่ดี ตอนนี้เจ้ายับยั้งคำสาปต่อให้มันคงที่สักหน่อยจะดีกว่า”
“อยู่ในมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้น?” ดวงตาสีฟ้าอันยะเยือกนั้นพลันอันตรายขึ้น
“ยิ่งเจ้ารักซีเอ๋อร์มากเท่าไหร่ มันก็จะกลายเป็นหายนะต่อเจ้าและซีเอ๋อร์มากขึ้นเท่านั้น หากข้ารู้ว่าสถานการณ์มันจะเป็นเช่นนี้ ข้าไม่มีทางขอร้องให้เจ้าช่วยข้าตามหาอาถิงเด็ดขาด” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวเสียงเบา
หากไม่มีการขอร้องนั้น พวกเขาก็คงจะไม่ได้พบเจอกัน
จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงขรึมว่า “ไม่มีคำว่าหาก ซีเป็นของข้า เป็นของข้าตราบจนชั่วนิจนิรันดร์ ข้าไม่เคยเสียใจที่ได้พบเจอกับนาง ไม่เคยเสียใจที่ได้รักนาง!”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่พวกเจ้าเลือก ข้าก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่