อที่จะปกป้องนายท่านของข้า!”
มู่เฉียนซีที่ฝึกบำเพ็ญอยู่ในมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้นอยู่ในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย พลังวิญญาณที่นี่สมบูรณ์มาก การฝึกบำเพ็ญของมู่เฉียนซีก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว
บางครั้งบางคราวก็หันไปหยอกล้ออาถิงผู้โกรธง่ายเล็กน้อย และหันไปมองดูสวนสมุนไพรของนางครู่หนึ่ง
วันเวลาผ่านไปในแบบที่นางสบายใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเจ้าอาถิงผู้นี้จะชอบว่านางฝึกบำเพ็ญช้า ทะลวงพลังขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกไม่ได้สักทีก็ตาม
และในตอนนี้เอง พลังวิญญาณในศาลาเรือนรางเก้าชั้นก็ได้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างของมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่พลังวิญญาณได้รวมตัวกันในร่างของนางอย่างบ้าคลั่งแล้วนั้น ในที่สุดนางก็ทะลวงพลังวิญญาณได้แล้ว
พลังขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกได้แผ่ซ่านออกมา มู่เฉียนซีเลิกคิ้วมองไปที่ชายหนุ่มหน้าตางดงามราวกับภูตที่นั่งอยู่ในศาลานั้นและกล่าวว่า “เป็นยังไงล่ะ ข้าก็ไม่ได้เชื่องช้าถึงเพียงนั้นใช่ไหมล่ะ?”
“ช้าจริง ๆ เลย ช้าจริง! หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้ายังจะมีหน้ามาภาคภูมิใจอีก” อาถิงกล่าวอย่างเกียจคร้าน
มู่เฉียนซีกล่าวกับเขาว่า “ข้าทะลวงพลังวิญญาณได้แล้ว เช่นนั้นก็ส่งข้าออกไปเถอะ! ไม่รู้ว่าตอนนี้ไป๋เหยียนเอ๋อร์และคนพวกนั้นจะตายไปแล้วหรือไม่”