“นายท่าน เมื่อท่านหวงจิ่วเยี่ยมาก็จะจัดการได้ ท่านอย่าได้กังวลไป” จนถึงกระทั่งตอนนี้เสี่ยวหงก็ยังไม่ลืมที่จะส่งเสริมองค์ชายจิ่วเยี่ย
ผลลัพธ์ก็คือมันได้เห็นเข้ากับสายตาแห่งจิตสังหารนั้นของศาลาเรือนรางเก้าชั้น “เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้นะ สถานการณ์เช่นนี้ หากเจ้าหมอนั่นมามันก็มีแต่จะทำให้ยุ่งยากขึ้นมากกว่า”
“ท่านจิ่วเยี่ยเป็นคนที่รู้จักเรียงลำดับความสำคัญมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีประสบการณ์มากอีกด้วย หรือว่าท่านศาลาเรือนรางเก้าชั้น ท่านมาแล้วจะช่วยได้อย่างนั้นเหรอ ท่านกับนายท่านเป็นพันธสัญญาต่อกันนะ” เสี่ยวหงแสวงหาผลประโยชน์ให้จิ่วเยี่ยมาโดยตลอด
เจ้าหมูบ้านี่ ช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!
อาถิงง้างมือขึ้นต่อยไปที่เสี่ยวหงสามครั้ง
ปัง ปัง ปัง!
“เจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเจ้าเป็นหมูใบ้หรอกนะ!”
เสี่ยวหงถูกต่อยจนเห็นดาว ท่านศาลาเรือนรางเก้าชั้นช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว
ทันใดนั้นเอง มู่เฉียนซีก็เริ่มรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่าง
นางเอามือจับใบหน้าตนเองและพบว่าใบหน้านั้นร้อนมาก ในฐานะที่ตนเองก็เป็นนักปรุงยาผู้หนึ่งนางจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่อาการไข้แต่อย่างใด
ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ นางมองไปที่อาถิงกับเสี่ยวหงพลางกล่าว “เปลวไฟนั่น คงจะไม่ใช่…”
เสี่ยวหงกล่าว “มันคือเมล็ดพันธุ์แห่งเพลิงชั่วร้าย เมื่อมันเข้าสู่ร่างกายแล้วละก็ ไม่สามารถเอามันออกมาได้ อีกทั้งยัง…”
ดวงตาของมู่เฉียนซีในตอนนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ นา