!”
“นี่เป็นเพียงแค่กลีบดอกส่วนหนึ่งเท่านั้น หากเจ้าต้องการทำลายมัน ก็เชิญ!”
สำหรับตัวเองแล้ว สุ่ยจิงอิ๋งไม่ได้สนใจ
หมัดของจิ่วเยี่ยต่อยเข้าไปที่ผ้าฝ้าย และกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง ตกลงมันเกิดอันใดขึ้นกับซี?”
“ข้าบอกเจ้าไม่ได้!”
หากบอกเขาไปแล้วละก็ เกรงว่าเขาคงต้องบ้าคลั่งพรวดพราดออกไปแน่ ต่อให้เป็นนางก็ไม่อาจขวางเขาได้
“จิ่วเยี่ย เจ้าอย่าได้ลืมไปว่าศาลานิรันดร์ ศาลาเรือนรางเก้าชั้นก็อยู่กับซีเอ๋อร์ ข้าในฐานะที่เป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันด์ที่แข็งแกร่งที่สุด อันที่จริงแล้วอาถิงในฐานะที่เป็นน้องของข้า พลังความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเลย”
“เจ้าเชื่อเขาเถอะ!”
จิ่วเยี่ยยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ!
“สุ่ยจิงอิ๋ง ทางที่ดีเจ้าอย่าได้โกหกข้า มิเช่นนั้น ต่อให้เจ้าเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ที่แข็งแกร่งที่สุด ข้าก็จะทำให้เจ้าต้องชดใช้อย่างน่าสังเวชได้”
หากเป็นเมื่อก่อนจิ่วเยี่ยนั้นมาอย่างรวดเร็วและทันใจมาก ทว่า ตอนนี้มู่เฉียนซีกลับรอนานมากแต่เขาก็ยังไม่มา
มู่เฉียนซีตกใจสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย ต้องมีสิ่งใดรั้งเขาเอาไว้เป็นแน่!
สามารถรั้งคนอย่างจิ่วเยี่ยเอาไว้ได้ ก็มีเพียงแค่คำสาปในร่างเขาเท่านั้น คำสาปของจิ่วเยี่ยกำเริบอีกแล้วเหรอ
อาถิงก็โกรธเกรี้ยวขึ้นแล้ว “บัดซบ! เจ้าหมอนั่นกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ตอนนี้แล้วยังไม่โผล่หัวมาสักที หญิงอัปลักษณ์ผู้นี้จะตายอยู่แล้วนะ…”
มู่เฉียนซ