่ามกลางเปลวเพลิงอันตรายนี้ ทันใดนั้นก็มีเงาดำทยอยปรากฏขึ้นมา
เงาดำเหล่านี้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่มีเขี้ยวและกรงเล็บแหลมคม
พวกเขามุ่งเข้าหามู่เฉียนซีและล้อมไว้ จากนั้นพวกเขาก็ได้ยื่นกรงเล็บออกมาหมายจะคว้าตัวมู่เฉียนซีไป
เสี่ยวหงกล่าวเสียงแหลมว่า “นี่…นี่คงไม่ใช่วิญญาณเพลิงชั่วร้ายหรอกกระมัง! ทำไมถึงมาเจอมันได้ล่ะ”
อู๋ตี้กล่าว “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก ไม่ใช่เพราะเจ้าที่พานายท่านมาที่นี่หรอกหรือ?”
มู่เฉียนซีถาม “เสี่ยวหง วิญญาณเพลิงชั่วร้ายคืออะไร?”
“วิญญาณเพลิงชั่วร้ายเป็นผู้บำเพ็ญภูตที่แข็งแกร่งที่มีเปลวเพลิงสวรรค์ หลังจากตายไปแล้วเขาได้รวบรวมศพของผู้บำเพ็ญภูตธาตุไฟจำนวนหนึ่ง และดึงวิญญาณของพวกเขาออกมา จากนั้นก็ใช้ค่ายกลเพื่อควบคุมพวกเขาทำให้พวกเขากลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ถูกควบคุมเพื่อคอยทำเรื่องต่าง ๆ ให้แก่ผู้บำเพ็ญภูตผู้นั้น”
“โฮก!” เสียงคำรามของอู๋ตี้!
“ต่อให้เป็นวิญญาณเพลิงชั่วร้าย ข้าอู๋ตี้ ก็จะฆ่าเจ้าให้ได้”
“เพลิงเผาสวรรค์!” เสี่ยวหงก็ใช้กระบวนท่าสุดยอดของตัวเองเช่นกัน
“นายท่าน พวกเราต้องรีบออกไปแล้ว”
มู่เฉียนซีเปลี่ยนกระบี่ธรรมดาของนางและหยิบกระบี่มังกรเพลิงออกมา
เมื่อเผชิญหน้ากับวิญญาณเพลิงชั่วร้ายที่พุ่งเข้ามาหานาง มู่เฉียนซีก็ออกกระบวนท่ากระบี่ไปในทันที “มังกรเพลิงสังหาร!”
กระบี่มังกรเพลิงคำรามออกไป ราชาของเปลวเพลิงได้กดวิญญาณเพลิงชั่วร้ายเหล่านี้ไว้อย่างน่าหวาดกลัว
ปัง!