็เพียงแต่…
สายตาของนางจับจ้องไปที่ตัวของมู่เฉียนซี นึกไม่ถึงเลยว่าการพาเจ้านี่มาด้วยจะยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
ธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมไปด้วยความใจดีและมีเมตตาได้ออกคำสั่งในทันใด “ฆ่ามู่หรงเฉียนเยี่ยซะ”
แน่นอนว่าข่งชัวไม่ได้ปฏิเสธแต่กลับกล่าวอย่างตื่นเต้น “ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ ข้าได้รอคำสั่งนี้ของท่านมานานแล้ว”
ข่งชัวกล่าว “ข้าเพียงคนเดียวก็เพียงพอที่จะจัดการเจ้าเด็กนี่ได้”
จากนั้นเขาก็หันมากล่าวกับมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าเย็นชา “เจ้าหนู เจ้าฉวยโอกาสตอนที่ข้าถูกเฟิงอวิ๋นซิวทำร้ายข้าบาดเจ็บสาหัส ตอนนั้นช่างยิ่งใหญ่ยโสนักนะ! วันนี้เจ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “คำพูดเหลวไหลของเจ้ามิได้แค่มากธรรมดา! ถึงต่อให้ข้าไม่ลอบโจมตี เจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้านี่กำลังกล่าวเรื่องขบขันเสียจริง ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ? พลังความสามารถของข้านั้นไปถึงระดับมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้าแล้ว”
ข่งชัวแผ่แรงกดดันของมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้าออกมา แต่สักครู่ต่อมามหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้าก็ได้กลับกลายเป็นมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่หก
จากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สามไปในทันที
เสียงหัวเราะของข่งชัวหยุดลงอย่างกะทันหัน เขาตะลึงงันไปโดยสิ้นเชิง “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวขึ้นว่า “หรือว่า เมืองเพลิง