ไป
เมื่อเผชิญกับคนเหล่านี้ที่พลังความสามารถกลายเป็นอ่อนแอไป มู่เฉียนซีก็ได้พุ่งเข้าไปรับศึกและกวัดแกว่งกระบี่อย่างไร้ความปราณี
“เงาเหมันต์จันทรา!”
“เงาจันทราคู่!”
“……”
ตอนนี้มู่เฉียนซีใช้เป็นแค่สองกระบวนท่านี้ แต่เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นกระบวนท่าที่เหมือนกัน แต่พวกเขาก็ยังคงจับทางไม่ได้อยู่เช่นเดิมและหลบไม่พ้น!
“พรวด!” ปราณกระบี่ได้กรีดลงบนร่างของไป๋เหยียนเอ๋อร์เป็นรอยเลือดอยู่หลายรอย
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ เจ้าเด็กนี่กล้าที่จะทำให้นางบาดเจ็บ…
“ท่านหมิงจี ช่วยข้าด้วย!”
นางขอความช่วยเหลือจากหมิงจี แต่นางไม่คาดคิดว่านางจะถูกหมิงจีตำหนิเข้า
“เจ้ามันคนไร้ประโยชน์ เรื่องแค่นี้ยังจะรบกวนให้ข้าออกโรง ข้าขี้เกียจจะสนใจเจ้าจริง ๆ”
ใบหน้าของไป๋เหยียนเอ่อร์แดงก่ำด้วยความคับข้องใจ ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งไม่ยอมที่จะช่วยเหลือนั่นยิ่งทำให้นางโกรธกริ้วเข้าไปอีก
นางไม่อยากที่จะจากไป เพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ที่นี่
ในตอนนี้เอง เพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังลุกไหม้อยู่นั้นก็ได้หายไปจากบนแท่นสูง
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ร้อนรนเข้าแล้ว “เพลิงศักดิ์สิทธิ์หายไปแล้ว!”
“บ้าจริง! ปล่อยให้เพลิงศักดิ์สิทธิ์หนีหายไปได้”
แสงสีเงินได้สาดวาบออกมา มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากังวลเรื่องเพลิงศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นเวลาที่ควรห่วงชีวิตของเจ้าเอง”