มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “พวกเจ้ายังอยากได้ศิลาวิญญาณเพลิงของข้าหรือไม่?”
พวกเขาล้วนแต่ถูกกระทำเสียจนมึนงงไปหมดแล้ว ไฉนเลยที่จะกล้า? พวกเขาจึงทำได้เพียงแต่ส่ายหน้า
“พวกเจ้าอยากจะซัดข้าเสียจนให้ไม่สามารถเข้าร่วมการทดสอบได้ใช่หรือไม่?”
พวกเขาทั้งหลายยังคงส่ายหน้าต่อไป
“ไม่อยาก! แต่เกรงว่าพวกเจ้าคงจะไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมการทดสอบครั้งต่อไปเสียแล้ว”
ทันทีที่มู่เฉียนซีลงมือ พวกเขาก็ได้ถูกฟาดจนสลบไป และคาดว่าจะคงหลับใหลไปอีกนานนัก
หลังจากที่นายท่านจัดการกับพวกคนเหล่านี้เสร็จสิ้นแล้ว เสี่ยวหงก็ได้ชิงศิลาวิญญาณเพลิงที่อยู่บนตัวพวกเขาไปอย่างไม่เหลือไว้แม้แต่เพียงชิ้นเดียว
ส่วนสิ่งของอื่น ๆ บนตัวพวกเขานั้น มันมิได้รู้สึกนึกเสียดายแต่อย่างใด
เสี่ยวหงที่ปล้นชิงผู้คนจนหมดตัวได้กลับไปยังอ้อมกอดของมู่เฉียนซีอย่างเชื่อฟัง
มู่เฉียนซีกล่าว “ไปต่อ!”
เสี่ยวหงกล่าว “นายท่าน ถึงแม้ว่าสิ่งล้ำค่าของโบราณสถานแห่งเพลิง
นี้จะช่วยในการเพิ่มระดับขั้นของข้า แต่ว่าที่ข้าต้องการนั้นมันก็ไม่น้อยเลย พวกเรามากวาดศิลาวิญญาณเพลิงในที่แห่งนี้ไปทั้งหมดให้สะอาดเอี่ยมกันเถอะ!”
“เจ้าไม่กลัวที่จะกินอิ่มเกินไปหรือ?”
“เจ้าแมวโง่นั่นกินแก่นวิญญาณยังมิเห็นจะกินจนแน่นท้องเลย แล้วข้าจะไปแน่นท้องได้อย่างไรเล่า! ในครั้งนี้ข้าจะต้องเพิ่มระดับขั้นให้ไวกว่ามัน เพิ่มระดับให้ไว!”
ทุกครั้งที่มีการเพิ่มระดับขึ้นล้วนแต่มักจะช้ากว่าอู๋ตี้ นั่