้นทีละคน ๆ หลังจากที่พวกเขาลุกไม่ขึ้นแล้วเสี่ยวหงก็ได้ฉวยโอกาสนี้ทำการปล้นชิง
นี่เป็นของดีที่สามารถจะทำให้มันกลายเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าได้เร็วกว่าเจ้าแมวโง่นั้นไปก้าวหนึ่ง มีมากมันไม่กลัวหากแต่กลัวจะมีน้อย
มู่เฉียนซีกล่าว “ไปต่อ!”
มีเสี่ยวหงอยู่ มู่เฉียนซีก็เก็บเกี่ยวอย่างสมบูรณ์ไปตลอดทาง
เหล่าผู้ที่เข้ามาหาเรื่องนางได้ล้มกันไปทีละกลุ่ม ๆ นั่นทำให้เสี่ยวหงได้กำไรไปไม่น้อย
สิ่งที่ทำให้มู่เฉียนซีประหลาดใจก็คือ นางได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายในการทดสอบนี้ไปไม่น้อย แต่ทางด้านไป๋เหยียนเอ๋อร์นั้นกลับเงียบเชียบไร้วี่แวว
เมื่อพวกไป๋เหยียนเอ๋อร์และข่งชัวเข้ามาในที่แห่งนี้ก็ได้หายไปในทันที สำหรับผู้ที่เป็นผู้คุมสอบแล้วมันค่อนข้างที่จะเป็นการละทิ้งหน้าที่อยู่บ้าง
หรือการที่พวกเขาเข้ามาในโบราณสถานแห่งเพลิงนี้ยังมีแผนการอื่นอยู่อีก?
หลังจากอยู่ที่โบราณสถานแห่งเพลิงมาเป็นระยะเวลายาวนาน เสี่ยวหงก็พลันบอกกับนางขึ้นมาว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่มีพลังวิญญาณของธาตุไฟอย่างเข้มข้นอยู่
“ทางนั้นจะต้องมีศิลาวิญญาณเพลิงอยู่มากมายเป็นแน่ พวกเรารีบไปกันเถอะนายท่าน!” เสี่ยวหงกล่าวอย่างไม่สามารถที่จะอดทนรอได้แล้ว
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้เข้าใจถึงคำว่าอยู่ใกล้สีแดงตัวแดง อยู่ใกล้หมึกตัวดำเสียแล้ว เสี่ยวหงได้ถูกอู๋ตี้พาให้เสียคนแล้วจริง ๆ
แม้ว่าจำนวนของศิลาวิญญาณเพลิงในตอนนี้ก็เกรงว่าจะไม่มีผู้ใดมีมากไปกว่านางแล้