เพิ่งจะสิ้นเสียงนั้นลงไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ กลิ่นหนึ่งก็ได้โชยมา หญิงสาวในชุดสีขาวได้เดินเข้ามาอย่างสง่างามใบหน้าของนางนั้นงดงามและอ่อนโยนจนทำให้รู้สึกช่างน่าสงสาร
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวกับนางอย่างเย็นชายิ่งนัก “เจ้ามาได้อย่างไร?”
มู่หรูเหยียนมองไปทางเฟิงอวิ๋นซิวแล้วกล่าว “ได้ยินมาว่านายน้อยอวิ๋นซิวพบเจออันตรายที่ด้านนอก ข้าก็เลยมาเยี่ยมนายน้อยอวิ๋นซิวเป็นการเฉพาะ เมื่อได้รู้ว่านายน้อยอวิ๋นซิวไม่เป็นอะไรข้าก็สบายใจแล้ว”
น้ำเสียงที่อ่อนโยน ในดวงตานั้นก็มีความห่วงใยอย่างจริงใจ
มู่เฉียนซีให้คะแนนเต็มกับทักษะการแสดงนี้ของมู่หรูเหยียน
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าทักษะการแสดงนี้จะต้องสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอนหากนางมิได้มาเห็นเข้าเสียก่อน แต่ทว่าทุกครั้งที่เจอหน้ากันการทำลายเปิดโปงมันก็น่าสนใจเป็นอย่างมาก
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าสบายดี มิต้องให้ธิดาศักดิ์สิทธิ์มาเป็นห่วง! ส่งแขก!”
แต่ไหนแต่ไรมานายน้อยอวิ๋นซิวก็ไม่รู้จักที่จะทะนุถนอมอิสตรี ถึงแม้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่ประหนึ่งเสมือนดอกไม้หรือแท่งหยกก็ตาม
เฟิงอวิ๋นซิวไล่ส่งแขกออกไปโดยไม่ไว้หน้าใด ๆ ทั้งสิ้น บนใบหน้าของมู่หรูเหยียนก็ยังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มเหมือนเช่นเก่า สายตาของนางทอดมายังตัวมู่เฉียนซี
“คุณชายผู้นี้ดูแปลกตานัก เขานั้นคงไม่ใช่คนตำหนักตงจี๋ของพวกเรา”
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าเป้าหมายในการมาเยือนในครั้งนี้ของมู่หรูเหยียนนั้นมิใช่เฟิงอวิ๋นซ