ิว แต่เกรงว่าจะเป็นตัวนาง
มู่เฉียนซีกล่าว “แน่นอนว่าข้าไม่ใช่”
มู่หรูเหยียนกล่าว “นายน้อยอวิ๋นซิว ตำหนักตงจี๋ของพวกเรานั้นไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนเข้ามาได้ตามใจชอบ ถ้าหากว่าเป็นอุปนิกขิตจากตำหนักเป่ยหานเข้ามาละก็ เช่นนั้นก็แย่เสียแล้ว เจ้าเป็นนายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋ จะทำอะไรมั่วซั่วไม่ได้”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าพาสหายของข้ามายังตำหนักตงจี๋ จะต้องให้เจ้ามายุ่งย่ามด้วยรึ?”
“ในฐานะที่เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แน่นอนว่าข้าจะต้องปกป้องรักษาตำหนักตงจี๋ คุณชายผู้นี้เป็นสหายของนายน้อยหากจะอาศัยอยู่สักวันสองวันก็ย่อมได้ แต่ถ้าหากอยู่ที่นี่นานเกินไปนักเกรงว่า…”
“ใครก็ได้! ส่งแขก!” มู่หรูเหยียนไม่ต้องการให้มู่เฉียนซีอยู่ในตำหนักตงจี๋ แต่ตัวนางเองก็ถูกขับไล่ออกจากตำหนักของเฟิงอวิ๋นซิวเสียก่อน
หลังจากที่มู่หรูเหยียนได้จากไปแล้ว นางก็ได้กำหมัดเอาไว้แน่น ดวงตาคู่นั้นได้สาดแววอันล้ำลึกออกมา
“เฟิงอวิ๋นซิว นับวันเจ้าจะยิ่งน่ารังเกียจเข้าไปทุกทีจริง ๆ เจ้าอยากที่จะให้ไอ้หนูนั่นอยู่ที่ตำหนักตงจี๋ ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ทำดั่งที่หวังแน่นอน”
มู่เฉียนซีถามขึ้น “อวิ๋นซิว จะทำเช่นไรดี? ดูเหมือนว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักตงจี๋จะไม่ต้อนรับข้านะ! นึกไม่ถึงเลยว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักตงจี๋ของพวกเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าจะให้เจ้าอยู่ต่อ พวกเขาทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก?”
เดิมทีพวกเขาคิดที่จ