ั่วเวลาเพียงพริบตาพวกนั้นก็ได้ใช้วิธีการเช่นนี้หนีไป
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “มีไม่มาก แต่ว่าไป๋อู๋ห่ายนั้นมีอยู่ในมือจำนวนหนึ่ง”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “โอ้! อย่างไรเสียนกยูงสีเขียวตัวเดียวก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้หรอก ปล่อยให้เขากระโดดไปมาสักระยะเวลาหนึ่งเถอะ!”
ซวนอีกล่าว “เจ้าหนู เจ้ายังมีชีวิตอยู่ แล้วผู้อาวุโสที่สี่เล่า?”
“ซวนอี นี่เจ้ากำลังเป็นห่วงข้าเหรอ? หากข้ายังมีชีวิตอยู่ก็แน่นอนว่าผู้อาวุโสที่สี่ได้ตายไปแล้ว”
“ใครเป็นห่วงเจ้า? ข้าแค่เป็นห่วงเหล็กแผ่นนั้นก็เท่านั้น แล้วก็…” ซวนอีพลันเบิกตากว้างโพรง
“เจ้าบอกว่าผู้อาวุโสที่สี่ตายแล้ว” เขายากที่จะเชื่อจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าว “ตายไปแล้ว อีกทั้งยังไม่เหลือซากศพด้วย”
มู่เฉียนซีฆ่าผู้ที่ใหญ่โตเช่นนั้นไปและเก็บกวาดทำลายศพอย่างไร้ร่องรอย
ซวนอีรู้สึกว่าเจ้าเด็กที่หยิ่งยโสผู้นี้ค่อนข้างน่ากลัว “นายน้อย เขาอันตรายยิ่งนัก”
สามารถที่จะสังหารมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้าเต็มขั้นได้โดยที่ผีไม่รู้เทพไม่เห็นนั้นจะไม่อันตราได้หรือ?
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ถ้าหากว่าข้าต้องการที่จะลงมือกับอวิ๋นซิว ข้าก็คงไม่รอมาจนถึงตอนนี้หรอก ข้าร่วมมือกับเขา ก่อนที่เราจะหาสิ่งที่ต้องการหาพบ พวกเราจะร่วมมือกัน เจ้าคิดเช่นไรเล่าเฟิงอวิ๋นซิว?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “อื้ม! ซวนอี นับตั้งแต่ข้ารู้ว่าเฉียนเยี่ยเองก็สนใจในกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เช่นกัน ข้าก็ยิ่งอยากที่