กลาหลนี้
เมื่อมีคนสังเกตเห็นถึงพลังความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีเข้าก็ตกใจผงะไปเล็กน้อย
ต้องรู้เอาไว้เลยว่าองครักษ์ข้างกายของนายน้อยอวิ๋นซิวนั้นล้วนแต่มีพลังขั้นมหาจักรพรรดิระดับหกทั้งสิ้น
ความแข็งแกร่งอันน้อยนิดนี้ของมู่เฉียนซี ไม่ได้มีค่าพอที่จะอยู่ในสายตาของผู้ใดเลย
ทว่า พลังความแข็งแกร่งเช่นนี้กลับได้รับยอมรับให้เป็นผู้ติดตามได้
พวกเขาไม่กล้าพรวดเข้าไปรับมือกับเฟิงอวิ๋นซิว ซวนอีและพวก แต่กลับอยากจะจัดการกับมู่เฉียนซีผู้ที่มีพลังอ่อนแอผู้นี้เพื่อความดีความชอบ
พลังของพวกเขาในกลุ่มคนเหล่านี้หากไม่ใช่จักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงก็เป็นขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับต่ำ จัดการกับเจ้าหนุ่มผู้นี้คนเดียวนั้นไม่ใช่ปัญหา
ทว่า มันจะง่ายดายอย่างที่พวกเขาได้จินตนาการเอาไว้จริง ๆ เหรอ
ในขณะที่มู่เฉียนซีชักกระบี่วิญญาณระดับต่ำเล่มนั้นออกมา กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกของกระบี่เล่มนั้นกลับทำให้ศัตรูถึงกับตกตะลึงขึ้น
เมื่อแสงสีเงินอันหนาวเหน็บนั้นแสดงพลังอานุภาพออกมา มันช่างรวดเร็วจนพวกเขายากที่จะหลบหลีกได้
“เงาจันทราหนาวเหน็บ!”
และไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่มันตกลงมาถึงสามครั้ง
พรวด พรวด พรวด!
ทั้งสามคนถูกกระบี่โจมตีไปในเวลาเดียวกัน เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นออกมา และทำให้คนที่ห้อมล้อมจะโจมตีพวกเขาเหล่านั้นถึงกับต้องล่าถอย
นี่มันใช่จักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าจริง ๆ หรือ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! เจอผีเข้าแ