ิรันดร์แผ่นนั้น เอามาให้ข่งชัวเก็บรักษาเอาไว้เพื่อความปลอดภัยเถอะนะ”
ถึงแม้ปากเขาจะเรียกเฟิงอวิ๋นซิวว่านายน้อย แต่วาจาที่กล่าวมานั้นกลับบีบบังคับเป็นอย่างยิ่ง
“ของของข้า ไม่จำเป็นต้องมอบให้คนอย่างเจ้าเก็บรักษา” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ได้หรอกนะ ท่านหัวหน้าตำหนักสั่งข้ามา ข้าจำเป็นต้องทำให้สำเร็จ หากนายน้อยอวิ๋นซิวยังดื้อรั้นไม่ยอมมอบให้แล้วละก็ ข้าก็ทำได้เพียงแค่…”
ข่งชัวยังไม่ทันกล่าวจบก็ถูกน้ำเสียงอันเย่อหยิ่งเสียงหนึ่งกล่าวแทรกขึ้น
“ข้าว่า เจ้าเป็นบุรุษที่ผัดหน้าสีสันฉูดฉาดราวกับนกยูงแล้วยังไม่พอนะ แถมยังปากมากพูดจาจู้จี้จุกจิกยิ่งกว่าท่านยายข้างบ้านข้าซะอีก เจ้าอยากฆ่าคนอื่นเพื่อชิงทรัพย์ชิงของล้ำค่าก็พูดมาตรง ๆ เถอะ ไม่ต้องมาพูดจาให้มากความเช่นนี้หรอกนะ ข้าฟังแล้วรู้สึกรำคาญจริง ๆ”
กระบี่ยาวของมู่เฉียนซีถูกชักออกมาจากฝักแล้ว และกวัดแกว่งตัดผ่านอากาศไปที่คนตรงหน้าผู้นี้อย่างไม่เกรงใจ
“ดวงตาของเจ้ามันช่างโหดร้ายยิ่งนักนะ ข้าอยากจะจับเจ้ามาฉีกเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ เสียจริง”
พลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าของข่งชัวแผ่ซ่านออกมา และเขายังเป็นจอมภูตพลังธาตุทองอีกด้วย! ใบมีดอันแหลมคมนับไม่ถ้วนในบริเวณรอบ ๆ ได้ก่อตัวเป็นเกลียวและพุ่งเข้าไปหมายจะห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซี